ส่องอนาคต "หุ้นโรงแรม" หลัง COVID-19 ระลอก 3

ส่องอนาคต "หุ้นโรงแรม" หลัง COVID-19 ระลอก 3

ส่องอนาคต "หุ้นโรงแรม" หลัง COVID-19 ระลอก 3

รูปข่าว : ส่องอนาคต "หุ้นโรงแรม" หลัง COVID-19 ระลอก 3

ในช่วงขวบปีที่ผ่านมา หุ้นโรงแรมได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างหนัก หลังจากมีการปิดประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลักย่ำแย่ไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับมาระบาดระลอก 3 ในช่วงต้นเดือน เม.ย.

วันนี้ (21 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กว่า 1 ปีแล้ว ที่ COVID-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวต่างประเทศไม่สามารถเข้ามาท่องเที่ยวได้ หลังจากมีการปิดประเทศ

ปัจจุบัน COVID-19 ระบาดระลอก 3 ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.2564 ซึ่งได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว และกระจายเป็นวงกว้างในหลายจังหวัดทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นโรงแรมที่ปรับตัวขึ้นมารอข่าวดี หลังจากภาครัฐเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้ว

เมื่อมีการระบาดระลอก 3 จึงต้องร้องเพลงรอต่อไป แม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนไปบางส่วนแล้ว แต่หากคิดสัดส่วนแล้ว ถือว่าน้อยมากไม่ถึงร้อยละ 1 โดยเฉพาะวัคซีนล็อตใหญ่ที่คาดว่าจะมาในเดือน มิ.ย.นี้

โบรกฯ ชี้โควิดรอบ 3 กระทบโรงแรม

จากบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า เชื่อว่า COVID-19 ระลอก 3 จะส่งผลเสียต่อผู้ประกอบการโรงแรมอีกครั้ง ทำให้ไตรมาส 2 ของปีนี้ยังคงอ่อนแอ

รวมทั้งการฉีดวัคซีนที่เป็นไปอย่างช้าๆ ทั้งในไทยและทั่วโลก การรักษาระยะห่างทางสังคม จะยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมโดยเฉพาะ

โดยหุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT อาจจะฟื้นตัวเร็วกว่าหุ้นอื่น เนื่องจากรายได้ร้อยละ 60 มาจากโรงแรมในทวีปยุโรป ซึ่งอาจจะดีกว่าประเทศไทยจากการฉีดวัคซีนที่เร็วกว่า

MINT กระจายพอร์ตดี น่าฟื้นตัวก่อน

ไม่แตกต่างจาก บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า รายได้หลักของหุ้น MINT ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปีที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการกลับมาพร้อมกับวัคซีนและความต้องการสำหรับการพักผ่อน

คาดว่า MINT จะเป็นรายแรกที่รายงานการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม เนื่องจากพอร์ตโฟลิโอที่มีความหลากหลาย แผนการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน และการหมุนเวียนสินทรัพย์

ERW รายได้โรงแรมปีนี้ฟื้นตัวเล็กน้อย

ส่วนหุ้นบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW นั้น บล.กรุงศรี ระบุว่า แม้ว่าจะมีแนวโน้มเชิงลบการระบาดระลอก 3 แต่คาดว่ารายได้จากโรงแรมในปีนี้จะฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย โมเมนตัมการฟื้นตัวในเดือน มี.ค. แตะระดับต่ำกว่าในไตรมาสก่อนเพียงเล็กน้อย

โดยอัตราการเข้าพัก Hop Inn ฟื้นตัวสู่ระดับร้อยละ 60 เนื่องจากเชื่อว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2565 และการเติบโตของกำไรจาก Hop Inn จากแผนการขยายเชิงรุก

CENTEL การเงินแกร่ง-อาจซื้อธุรกิจ

ขณะที่หุ้น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL นั้น บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่าจะขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือ 611 ล้านบาท ในปี 2564 จากที่มีผลขาดทุน 1,704 ล้านบาท ในปี 2563

โดยมองว่ากลุ่มท่องเที่ยวแม้ฟื้นช้า แต่ผ่านจุดเลวร้ายไปแล้ว ขณะที่ฐานะการเงิน CENTEL ยังแข็งแกร่ง มีโอกาสซื้อธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

กลับขึ้นด้านบน