ทุบทิ้ง! รูปปั้นเทพตัดหัวถวาย-ยึดพื้นที่คืนทหาร

ทุบทิ้ง! รูปปั้นเทพตัดหัวถวาย-ยึดพื้นที่คืนทหาร

ทุบทิ้ง! รูปปั้นเทพตัดหัวถวาย-ยึดพื้นที่คืนทหาร

รูปข่าว : ทุบทิ้ง! รูปปั้นเทพตัดหัวถวาย-ยึดพื้นที่คืนทหาร

ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู สั่งทุบทิ้งรูปปั้นเทพตัดหัวถวาย สำนักสงฆ์ภูหินกอง จ.หนองบัวลำภู ห่วงเลียนแบบอดีตพระธรรมกร ที่ฆ่าตัวอ้างถวายเป็นพุทธบูชา พร้อมคืนที่ดินสำนักสงฆ์กลับไปอยู่ในความดูแลของทหาร มทบ.28

กรณีอดีตพระธรรมกร อดีตสำนักสงฆ์ภูหินกอง บนเทือกเขาภูพาน อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู ใช้เครื่องกิโยตินตัดคอตัวเองอ้างเพื่อเป็นพุทธบูชา และยังมีการทำรูปปั้นตัดหัวถวายพระพุทธเจ้าบริเวณสำนักสงฆ์

วานนี้ (21 เม.ย.2564) นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า พื้นที่ตั้งสำนักสงฆ์เป็นพื้นหวงห้ามเพื่อใช้ในการทหาร ซึ่งได้มีการประชุมร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ประสานกับทาง มทบ.28 เพื่อให้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นำข้อมูลแจ้งไปยังเจ้าคณะจังหวัด โดยสรุปว่าจะส่งคืนพื้นที่ตรงนั้นให้กับทางทหาร มทบ.28

ส่วนรูปปั้นตัดหัวบนสำนักสงฆ์ ไม่ได้เป็นเครื่องสติเตือนใจอะไรเกี่ยวกับทางพระพุทธศาสนา จึงจะทำลายเพื่อไม่ให้เกิดการเลียนแบบ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทุบทิ้งภายในสัปดาห์นี้

พ.อ.พุทธิวัฒน์ สิริพงศ์พล รองผอ.รมน.จังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า มติของที่ประชุมระดับจังหวัด มองว่ารูปปั้นเทพตัดหัวถวาย เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเกิดการลอกเลียนแบบ ดังนั้นจึงจะเคลื่อนย้ายและทุบทิ้ง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วันหลังจากที่มีการนำผ้ามาคลุมไว้แล้ว 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาสมัครอำเภอ และเจ้าหน้าที่ทหารมทบ.28 จะสลับสับเปลี่ยนกันมาประจำเพื่อดูแลความเรียบร้อย พร้อมทั้งจะมีการนำป้ายมาปิดประกาศ บริเวณสำนักสงฆ์

เจออุปกรณ์กิโยตินซุกวัดแถวอุดรธานี

พล.ต.ต.นิพนธ์ พานิชเจริญ ผบก.ตร.ภ.จว.หนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์กิโยติน ซึ่งตำรวจ สภ.เมืองหนองบัวลำภู ติดตามมาได้จากวัดป่าถ้ำเพียอินทร์ บ้านทับกุงหมู่ที่ 3 ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ที่ทางลูกศิษย์ นำใส่รถไปมอบให้กับทางวัด เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ที่จะทำประโยชน์การก่อสร้าง 

ตำรวจชุดสืบสวนพบเครื่องประหารกิโยติน ในวัดจ.อุดรธานี แต่ยังไม่มีใครยอมรับว่าป็นคนที่นำเครื่องตัดศีรษะนี้เข้ามาให้  

พล.ต.ต.นิพนธ์ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินคดีแยกออกเป็น 3 ส่วนที่จะต้องหาตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวน 1.เรื่องของศพ ทั้งก่อนที่จะเป็นศพและหลังว่าในช่วงเกิดเหตุนั้นมีใครบ้าง 2.ที่เกิดเหตุ จะต้องรู้ในเรื่องว่าใครอยู่ในที่เกิดเหตุ และ 3.ใครเป็นคนร่วมจัดหาอุปกรณ์ และรวมไปถึงการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ ที่ต้องครอบคลุมตามหลักกฎหมาย ป.วิอาญาที่ไปเกี่ยวข้องกับการตาย เข้าข่ายต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเป็นการกระทำโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีต้องระวางโทษขึ้น 2 เท่า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สึกจากพระวันเดียว ฆ่าตัวอ้างเป็นพุทธบูชา

 

กลับขึ้นด้านบน