ไฟไหม้ รพ.อินเดีย ซ้ำเติมวิกฤตโควิด เสียชีวิต 13 คน

ไฟไหม้ รพ.อินเดีย ซ้ำเติมวิกฤตโควิด เสียชีวิต 13 คน

ไฟไหม้ รพ.อินเดีย ซ้ำเติมวิกฤตโควิด เสียชีวิต 13 คน

รูปข่าว : ไฟไหม้ รพ.อินเดีย ซ้ำเติมวิกฤตโควิด เสียชีวิต 13 คน

โรงพยาบาลในรัฐมหาราษฏระ เกิดเหตุเพลิงไหม้ในห้องไอซียู ส่งผลให้ผู้ป่วย COVID-19 เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน ขณะที่อินเดียยังทำลายสถิติใหม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มวันเดียวมากกว่า 3.3 แสนคน และเสียชีวิตกว่า 2,200 คน

วันนี้ (23 เม.ย.2564) เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่แผนกผู้ป่วยวิกฤต หรือ ไอซียู ของโรงพยาบาลในรัฐมหาราษฏระของอินเดีย ซึ่งทำให้มีผู้ป่วย COVID-19 เสียชีวิตไปอย่างน้อย 13 คน เหตุร้ายที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งย้ายผู้ป่วยอีกหลายสิบคนไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา จะต้องมีญาติช่วยแบกถังออกซิเจนตามไปด้วย

ขณะที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ระบุว่า ต้นเหตุเพลิงไหม้เกิดจากประกายไฟของเครื่องปรับอากาศ ก่อนที่จะลุกลาม เผาผลาญทุกอย่างในแผนกไอซียูภายในเวลาเพียงแค่ 2 นาที เนื่องจากแผนกไอซียูบนชั้น 2 มีการใช้ออกซิเจนเพื่อรักษาผู้ป่วย COVID-19 มากกว่าปกติ

โรงพยาบาลอินเดียขาดแคลนออกซิเจนอย่างหนัก

ส่วนภาวะขาดแคลนออกซิเจนตามโรงพยาบาลในอินเดียล่าสุดกำลังเข้าขั้นวิกฤตอย่างหนัก ทำให้ประชาชนต้องแบ่งปันออกซิเจนใช้ร่วมกัน ขณะที่ผู้ป่วยอีกส่วนหนึ่งต้องนั่งรอในรถและอีกส่วนหนึ่งต้องนอนอยู่บนเตียงพยาบาล บริเวณด้านนอกศูนย์กักตัวในกรุงนิวเดลี


ขณะที่โรงพยาบาลในเมืองหลวงต้องใช้รถตำรวจนำและอารักขารถบรรทุกออกซิเจน ไปส่งยังจุดหมายปลายทางอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย COVID-19 ที่ล้นโรงพยาบาลอยู่ในเวลานี้

ด้านกระทรวงการรถไฟอินเดียเผยแพร่คลิปวิดีโอภาพของขบวนรถไฟออกซิเจน หรือ ออกซิเจน เอกซ์เพรสส์ ที่ช่วยลำเลียงรถบรรทุกออกซิเจน เพื่อนำไปส่งยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ในรัฐมหาราษฏระ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับวิกฤต COVID-19 อย่างหนัก

ส่วนรถบรรทุกออกซิเจนจำนวนมากต้องไปจอดรอเติมออกซิเจน บริเวณด้านนอกโรงงานในรัฐอุตตรประเทศ โดยมีรายงานว่า บางคันต้องรอนานถึง 3 วัน ก่อนที่จะนำไปส่งให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ได้

อินเดียวิกฤตหนัก คุม COVID-19 ไม่อยู่

สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมในอินเดียทะลุผ่านหลัก 16 ล้านคนแล้ว โดยใช้เวลาเพียง 4 วัน ทำให้ยอกผู้ติดเชื้อสะสมกระโดดจากหลัก 15 ล้านคนขึ้นไป ซึ่งถือว่ารุนแรงกว่าระลอกแรกหลายเท่า ส่งผลให้ระบบโรงพยาบาลที่ว่าดีในเมืองหลวงก็ยังรับมือไม่ไหว ทั้งผู้ป่วยล้นและขาดแคลนออกซิเจนสำหรับการรักษา คนไข้และญาติยังกล่าวโทษแพทย์และพยาบาลว่าจัดการได้ไม่ดี เพิ่มความตึงเครียดของสถานการณ์ไปอีกขั้น

2 วัน ที่ผ่านมานี้ อินเดียทำสถิติมีผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุดในโลก โดยวันนี้เพียงวันเดียว มีผู้ติดเชื้อเพิ่มกว่า 330,000 คน หลังจากทยอยเพิ่มขึ้นตลอด 7 วันที่ผ่านมา ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมจะบวกขึ้นอีกกว่า 2 ล้านคน

ไวรัสกลายพันธุ์ ทำต่างชาติห้ามเครื่องบินอินเดียเข้า

ไวรัสกลายพันธุ์เป็นเหตุของการแพร่ระบาดที่รุนแรงทุบสถิติโลกอยู่นี้หรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนบอกว่ามีโอกาสสูง แต่นักวิทยาศาสตร์ยังสรุปไม่ได้ว่าสายพันธุ์ B1.617 นี้แพร่ระบาดง่ายขึ้นหรือทนทานต่อวัคซีนมากขึ้น และยังไม่ทราบว่ากระจายไปไกลแค่ไหนแล้วในอินเดีย เพราะยังสุ่มตรวจตัวอย่างได้ไม่มากพอ

อย่างไรก็ตาม นอกจากอินเดียแล้ว ยังมีอีกอย่างน้อย 21 ประเทศที่พบไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์นี้ ทำให้หลายประเทศสั่งห้ามเครื่องบินจากอินเดียเข้าประเทศ ทั้งอังกฤษ แคนาดา ซาอุดิอาระเบีย นิวซีแลนด์ หรือสหรัฐอเมริกาที่แนะนำให้เลี่ยงการเดินทางไปอินเดีย ส่วนออสเตรเลียกับสิงคโปร์ขณะนี้สั่งจำกัดจำนวนเที่ยวบินจากอินเดีย และลดการให้วีซ่าเข้าเมืองสำหรับคนที่มาจากอินเดียแล้ว

ไวรัสกลายพันธุ์ไม่ใช่เพียงสาเหตุเดียวที่ทำให้อินเดียเข้าสู่วิกฤต สาเหตุสำคัญที่เอื้อให้สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต คือ การหาเสียงเลือกตั้ง งานรื่นเริง เทศกาลต่าง ๆ โดยเฉพาะพิธีกุมภเมลาในรัฐอุตตรขันฑ์ ที่มีผู้แสวงบุญเข้าร่วมถึง 25 ล้านคน โดยไร้การเว้นระยะห่าง ไร้มาตรการป้องกันโรคใด ๆ

ขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลอินเดียทำอยู่ คือ การตรวจสอบจำนวนออกซิเจนที่แต่ละรัฐต้องการ เพิ่มกำลังการผลิต และส่งถังออกซิเจนทางรถไฟด่วนพิเศษกับการขนส่งทางอากาศ ส่วนการปิดประเทศยังไม่เกิด มีแต่ปิดเฉพาะบางพื้นที่ตามคำสั่งของหน่วยงานปกครองท้องถิ่นอย่างในเดลี หรือรัฐมหาราษฏระ

 

กลับขึ้นด้านบน