แรงงานอิสระกังวลตกงาน บางส่วนยอมรับหนี้สินเพิ่ม

แรงงานอิสระกังวลตกงาน บางส่วนยอมรับหนี้สินเพิ่ม

แรงงานอิสระกังวลตกงาน บางส่วนยอมรับหนี้สินเพิ่ม

รูปข่าว : แรงงานอิสระกังวลตกงาน บางส่วนยอมรับหนี้สินเพิ่ม

สถานการณ์ COVID-19 เป็นสิ่งที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่มีรายได้น้อย หรือรับจ้างรายวัน มีความกังวลเรื่องการตกงานมากที่สุด บางส่วนยอมรับเลยว่าหนี้สินเพิ่มขึ้น เเละเป็นหนี้นอกระบบ

วันนี้ (28 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจปีนี้เป็นอีกปี ที่เเรงงานมีความกังวลเรื่องการตกงานมากที่สุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากรัฐมีการคุมเข้มกิจกรรมต่างๆ การกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดร้าน เป็นต้น เช่นเดียวกับพ่อค้าเเม่ค้าก็กังวลเรื่องรายได้

แม่ค้ารายย่อย บอกว่า ส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นพนักงานบริษัท ใช้มาตรการรัฐใช้จ่าย และเมื่อหมดมาตรการรัฐ ยอดขายก็ลดลง เเละยิ่งช่วงนี้หลายหน่วยงาน ให้พนักงานทำงานที่บ้าน ยอดขายก็ยิ่งหายไปอีก ลงทุนไป ขายไม่ได้ ขายไม่ดี กำไรหดหาย ไม่ใช่เเค่เเม่ค้าที่กังวล

พบร้อยละ 67.6 มีรายได้ทางเดียว

ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจสถานภาพแรงงานไทย กรณีศึกษาผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท จากการสำรวจทั่วประเทศจำนวน 1,256 ตัวอย่างระหว่างวันที่ 18-22 เม.ย.2564 พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 67.6 พบว่าไม่มีเงินออม และร้อยละ 78.6 ไม่มีอาชีพเสริม

 

ขณะที่หนี้สินครัวเรือน พบว่าเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 30 จากปี 2562 ที่ร้อยละ 15 โดยหนี้ต่อครัวเรือนอยู่ที่ 205,809 บาท จากปี 2562 ที่ 158,855 บาท สูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากรายได้ไม่เพิ่ม

แต่มีรายจ่ายสูง จากค่าครองชีพ และมีภาระหนี้สิน รายได้ไม่สมดุลกับรายจ่าย ทำให้มีการกู้เงินมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นหนี้ระบบ อัตราการผ่อนชำระต่อเดือนอยู่ที่ 8,024 บาท

โดยผลสำรวจยังระบุว่า กลุ่มแรงงานที่มีรายได้น้อย หรือรับจ้างรายวันมีความกังวลเรื่องการตกงานมากที่สุดที่รอบ 5 ปี เนื่องจากรัฐมีการคุมเข้มกิจกรรมต่างๆ การกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดร้าน เป็นต้น

แนะออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุถึงแนวคิดที่รัฐบาลอยากให้นำเงินออมมาใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจว่า มีความเป็นไปได้ในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง ส่วนกลุ่มที่มีรายได้น้อยนั้นอาจจะทำได้ยาก เพราะแทบไม่มีเงินออมหรือมีน้อย

แต่สถานการณ์ปัจจุบันที่มีการระบาดของ COVID-19 การดึงเงินออมออกมาใช้นั้นไม่ง่าย ดังนั้น หากจะให้กลุ่มนี้เกิดการใช้จ่าย จะต้องมีโครงการ หรือมาตรการที่จูงใจ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ชิมช้อปใช้ โดยใช้มาตรการทางภาษี

 

 

กลับขึ้นด้านบน