หมอเด็กเตือนผู้ใหญ่ ระวังนำเชื้อ COVID-19 ไปติดลูกหลาน

หมอเด็กเตือนผู้ใหญ่ ระวังนำเชื้อ COVID-19 ไปติดลูกหลาน

หมอเด็กเตือนผู้ใหญ่ ระวังนำเชื้อ COVID-19 ไปติดลูกหลาน

รูปข่าว : หมอเด็กเตือนผู้ใหญ่ ระวังนำเชื้อ COVID-19 ไปติดลูกหลาน

หมอเด็ก รพ.นครพิงค์ เชียงใหม่ ระบุ ใน จ.เชียงใหม่ พบเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ติดเชื้อมากถึง 99 คน อายุน้อยที่สุดเพียง 3 เดือน วอนผู้ใหญ่ดูแลตัวอย่าง อย่านำเชื้อโรคไปติดลูกหลาน

วันนี้ (28 เม.ย.2564) พญ.สุภารัชต์ กาญจนะวณิชย์ กุมารแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ โพสต์ข้อความบนเพจของ โรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อเป็นความรู้กรณีเด็กเล็กติดเชื้อไวรัส COVID-19 ระบุว่า

เมื่อเด็กเล็กติดเชื้อโควิด
การระบาดของโรคโควิดระลอกนี้ของ จ.เชียงใหม่ มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กๆ

จากสถิติผู้ป่วย โควิด-19 ใน จ.เชียงใหม่ จนถึงวันที่ 27 เมษายน 2564 มีผู้ป่วย โควิด-19 สะสม 3,359 ราย พบว่า มีการติดเชื้อในครอบครัวค่อนข้างมาก และเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี ถึง 99 ราย (2.9 %)

 

แม้ว่าผู้ป่วยเด็กส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ แต่ถ้าเป็นเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอดหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิดโรคโควิดที่รุนแรงถึงชีวิตได้เช่นกัน

การดูแลผู้ป่วยเด็กในจังหวัดเชียงใหม่นั้น ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลนครพิงค์ เป็นโรงพยาบาลหลักในการดูแล และให้คำปรึกษากรณีเด็กติดเชื้อ โควิด-19 โดยทีมกุมารแพทย์ของโรงพยาบาลนครพิงค์

รพ.นครพิงค์รับดูแลผู้ป่วยเด็กกลุ่มเสี่ยงสูง และเด็กที่มีอาการ ส่วนเด็กที่ไม่มีอาการ หรือไม่มีความเสี่ยง สามารถให้การดูแลที่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลเอกชน หรือโรงพยาบาลสนาม เช่น กรณีที่ศูนย์เด็กเล็ก ต.แม่คือ อ.ดอยสะเก็ด ได้
ที่ผ่านมา รพ.นครพิงค์ ได้ให้การรักษาผู้ป่วยเด็กกลุ่มนี้ ไป 12 ราย พบว่า เป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปีถึง 9 ราย โดยเด็กที่อายุน้อยที่สุด ที่ติดเชื้อโควิด มีอายุเพียง 3 เดือน

เด็กส่วนใหญ่มีอาการระดับปานกลาง (ระดับสีเหลือง) 8 ราย (73 %) คือมีผลเอกซเรย์ปอดผิดปกติ แต่ไม่มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ มีเด็ก 1 ราย ที่มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ และมีเด็ก 2 ราย ที่มีความเสี่ยงแต่ไม่มีอาการ

ในเด็กจำนวน 12 รายนี้ อาการพบบ่อยได้แก่ น้ำมูก 82 % และมีไข้ 45 % นอกจากนั้นมีอาการถ่ายเหลว ทานได้ลดลง เล่นลดลง, ซึม หรือมีผื่น ในรายที่มีอาการหรือมีความเสี่ยง ที่จะเกิดโรครุนแรง จะให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ หลังจากที่ได้ให้การรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ไป 10 จาก 12 ราย เด็กทุกรายมีอาการดีขึ้นหลังจากได้ยา

 

การที่เด็กป่วยเป็นโควิด-19 มีผลกระทบทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน ที่ทีมแพทย์ผู้รักษา จำเป็นต้องมองให้รอบด้าน เป็นองค์รวม เช่น กรณีตรวจพบเด็กติดเชื้อ โควิด-19 แต่พ่อแม่ตรวจไม่พบเชื้อ หรือพ่อแม่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 แต่เด็กไม่ติดเชื้อ ซึ่งหลักของการควบคุมโรคติดต่อ จำเป็นต้องมีการแยกเด็กที่ติดเชื้อ โควิด-19 และกักตัวนานอย่างน้อย 14 วัน

การกักตัวเด็กเล็กที่ติดเชื้อ โควิด-19 ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ ทั้งการถูกจำกัดพื้นที่ การที่ต้องแยกจากพ่อแม่หรือครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังดูแลตนเองไม่ได้

 

โดยทั่วไปแล้วในเด็กก่อนวัยเรียน เด็กมักจะอยู่ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ จึงมีโอกาสที่จะสัมผัสความเสี่ยงได้น้อย การได้รับเชื้อของเด็กกลุ่มนี้ จึงเกิดจากผู้ใหญ่ที่นำเชื้อมาติดเด็ก ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือพี่เลี้ยง

ดังนั้น จึงอยากจะสื่อสารถึงทุกท่าน ป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ งดไปพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันทั้งตัวท่านเองและเด็กๆ ที่อาจจะต้องมาติดเชื้อจากท่าน แล้วเราจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

กลับขึ้นด้านบน