"ทหารเมียนมา - KNU" ยังปะทะต่อเนื่อง ริมฝั่งสาละวิน

"ทหารเมียนมา - KNU" ยังปะทะต่อเนื่อง ริมฝั่งสาละวิน

"ทหารเมียนมา - KNU" ยังปะทะต่อเนื่อง ริมฝั่งสาละวิน

รูปข่าว : "ทหารเมียนมา - KNU" ยังปะทะต่อเนื่อง ริมฝั่งสาละวิน

บริเวณฐานทหารเมียนมากองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340 (ฐานด๊ากวิน) มีทั้งเสียงระเบิด และ เสียงปืนเล็ก คาดว่าน่าจะเป็นการยิงเพื่อป้องกันฐานต่อเนื่องจากการปะทะในห้วงกลางคืนที่ผ่านมา

บริเวณฐานทหารเมียนมากองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340 (ฐานด๊ากวิน) มีทั้งเสียงระเบิด และเสียงปืนเล็ก คาดว่าน่าจะเป็นการยิงเพื่อป้องกันฐานต่อเนื่องจากการปะทะในห้วงกลางคืนที่ผ่านมา

มีรายงานว่า ช่วงเวลา 10.oo น.วานนี้ ทหารเมียนมาใช้อากาศยาน 2 ลำ ปฏิบัติการทางอากาศทิ้งระเบิดและยิงปืนจากอากาศยาน บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของฐานทหารเมียนมา กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340 (ฐานด๊ากวิน) นอกจากนี้ในช่วงเวลา 12.00 น.ทหารเมียนมาใช้เฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ ยิงจรวดจากอากาศสู่พื้นและยิงด้วยปืนกลจากอากาศยาน จำนวน 4 เที่ยวบิน บริเวณทิศใต้ของฐานทหารเมียนมาฐานด๊ากวิน

เหตุการณ์สู้รบกันของทั้ง 2 ฝ่าย มีราษฎรเมียนมา จำนวน 68 คน เดินทางเข้ามายังฝั่งประเทศไทย โดยทางเรือซึ่งทางทหารได้จัดให้อยู่ในพื้นที่แรกรับ (พื้นที่ปลอดภัย) ณ บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ส่วนกรณีราษฎรไทยพื้นที่บ้านแม่สามแลบได้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้วประมาณ 450 คน

นอกจากนี้บริเวณหน้าด่านเมืองพญาตองซู ยังมีเสียงปืนเเละระเบิด ของฝ่ายทหารเมียนมาที่ตอบโต้กองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ก่อเหตุปาระเบิดเข้าใส่บริเวณหน้าด่านเมืองพญาตองซู เสียงดังสนั่นได้ยินเสียงถึงฝั่งประเทศไทย

นายสถาพร บุญสมจิตร ผู้ใหญ่บ้านบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ทราบว่า ช่วงเช้าวานนี้ (28. เม.ย.) เกิดเหตุวัยรุ่นเป็นชายไม่ทราบสัญชาติในเมียนมา 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา จากนั้น 1 ใน 2 คน ได้ขว้างระเบิดมือ ที่บริเวณหน้าด่าน ตม.พญาตองซู ซึ่งอยู่ติด ชายแดนไทยเมียนมา ขณะที่ทหารของเมียนมาได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงตอบโต้ผู้ก่อเหตุ

ด้านนายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี สั่งการ ให้กำลังหลายฝ่าย ร่วมกันเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ทางฝ่ายปกครองได้ทำการตั้งจุดตรวจที่บริเวณ ถนนสาย 323 ก่อนถึงชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อประชาสัมพันธ์ไม่ให้ประชาชนเดินทางไปที่บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ชั่วคราว จนกว่าจะมั่นใจว่าสถานการณ์นั้นเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

 

 

กลับขึ้นด้านบน