"นายกรัฐมนตรี" นั่งหัวโต๊ะศูนย์เฉพาะกิจสางโควิดกทม.-ปริมณฑล

"นายกรัฐมนตรี" นั่งหัวโต๊ะศูนย์เฉพาะกิจสางโควิดกทม.-ปริมณฑล

"นายกรัฐมนตรี" นั่งหัวโต๊ะศูนย์เฉพาะกิจสางโควิดกทม.-ปริมณฑล

รูปข่าว : "นายกรัฐมนตรี" นั่งหัวโต๊ะศูนย์เฉพาะกิจสางโควิดกทม.-ปริมณฑล

นายกรัฐมนตรี คุมเองศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล หลังพบตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันยังสูง เฉพาะเฉพาะกทม. 789 คน และปริมณฑล 587 คน เน้นสกัดการแพร่ระบาด ทั้งการค้นหาเชิงรุก การฉีดวัคซีน การดูแลผู้ติดเชื้อครบวงจร

วันนี้ (5 พ.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟชบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี - PMOC เผยแพร่ข้อมูลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2564 เรื่องจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์COVID-19 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล เพื่อบูรณา การขับเคลื่อน เร่งรัดแก้ปัญหาให้คลี่คลายโดยเร็ว และให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว สอดคล้องกับสภาพเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ศบค.รายงานว่าวันนี้ ตัวเลขการติดเชื้อในกทม.ยังสูงที่สุด 789 คน รวมสะสม 15,309 คน ส่วนปริมณฑล 587 คน รวมสะสม 8,034 คน และต่างจังหวัด 731 คน รวมสะสม 22,447 คน ทั้งนี้พบว่าตั้งแต่วันที่  1 เม.ย.- 5 พ.ค.นี้มีตัวเลขสะสมในกทม.-ปริมณฑลมากถึง 21,490 คน 

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะคุมโควิดกทม.-ปริมณฑล

สำหรับรายละเอียดของหนังสือคำสั่งดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามเมื่อวานนี้ (5 พ.ค.) ระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 และได้ขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปต่อเนื่องเป็นลำดับ โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2563 เรื่องการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกฌฉิน พ.ศ.2548 ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 กำหนดให้ ศบค.เป็นหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นั้น

เพื่อให้การบริหารจัดการแก้ไขสถานการณ์เป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสภาพเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เพื่อขับเคลื่อน ติดตาม และบูรณาการปฏิบัติงานเพื่อการแก้ไขปัญหาสถาน การณ์ฉุกเฉินเป็นการเฉพาะ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.จึงมีคำสั่งตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์ COVID-19ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นอำนวยการศูนย์ และมีองค์ประกอบดังนี้ รองผู้อำนวยการศูนย์ 4 คน ประกอบด้วย

  • เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ 
  • ปลัดกระทรวงมหาดไทย 
  • ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
  • ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

สำหรับคณะกรรมการ มีดังนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม  ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงแรงงาน , เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร , ผู้บัญชาการทหารสูงสุด , ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ , ปลัดกรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมการแพทย์  อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ , อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อธิบดีกรมอนามัย ผู้อำนวยการสถาบันแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

นอกจากนี้ยังมี ผู้ว่าฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม และอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นกรรมการและเลขานุการ

สำหรับกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ประกอบด้วย

  • รองอธิบดีกรมควบคุมโรคที่ได้รับมอบหมาย
  • ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ   
  • นพ.สุนทร สุนทรชาติ 
  • พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู
  • พล.ท.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว
  • พล.ต.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ผอ.สำนักงานแพทย์ กรุงเทพมหานคร 
  • ผอ.สำนักงานอนามัย กรุงเทพมหานคร

ส่วนหน้าที่และอำนาจ มีดังนี้

  • กำหนดแนวทางการบูรณาการ ขับเคลื่อน เร่งรัดและติดตามการปฏิบัติงานเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลให้คลี่คลายโดยเร็วตามนโยบาย แนวทาง หลักเกณฑ์ และมาตรการที่รัฐบาลหรือ ศบค. กำหนด
  • ร่วมมือและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ เอกชน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ในพื้นที่ หรือดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด
  • กลั่นกรอง ให้ข้อเสนอแนะ และความเห็นในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลต่อศบค.
  • แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการอย่างใดให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
  • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรี หรือศบค. มอบหมาย

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบค.ยอมรับโควิด "สายพันธุ์บราซิล" เข้าไทยแล้ว พบอยู่ใน SQ

คลัสเตอร์ชุมชนแออัด "ปทุมวัน" ติดโควิดแล้ว 162 คน

 

กลับขึ้นด้านบน