"ไรเดอร์" เผชิญความเสี่ยงจากโควิด - รายได้ลด

"ไรเดอร์" เผชิญความเสี่ยงจากโควิด - รายได้ลด

"ไรเดอร์" เผชิญความเสี่ยงจากโควิด - รายได้ลด

รูปข่าว : "ไรเดอร์" เผชิญความเสี่ยงจากโควิด - รายได้ลด

พนักงานส่งอาหารหลายบริษัท ยอมรับว่า COVID-19 ระบาดรอบนี้ ลูกค้าสั่งอาหารลดลง หันมาทำอาหารทานเองที่บ้านมากขึ้น เพราะกังวลการติดเชื้อ ทำให้ไรเดอร์มีรายได้น้อยลง และเสี่ยงมากขึ้นจากความรุนแรงของโรค

วันนี้ (6 พ.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานขับรถส่งอาหารจากบริษัทรับส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันหลากหลายบริษัท ต้องจอดรถรอคอยให้ลูกค้าสั่งอาหารนานขึ้นนับชั่วโมง จากเดิมไม่ถึงครึ่งชั่วโมง จะได้รับออเดอร์แล้ว

พนักงานบางคน บอกว่า ตามปกติจะเห็นพนักงานจากบริษัทรับส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันสลับกันเข้าไปรับอาหาร และออกไปโดยใช้เวลาไม่นาน และจะไม่เห็นภาพรถจำนวนมาก ต้องจอดรอนานเหมือนในขณะนี้

แต่จากการระบาดของ COVID-19 ระลอก3 ที่พบจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ประชาชนกังวล ลดการออกนอกบ้าน รวมทั้งลดการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันด้วย เนื่องจากไม่มั่นใจ เพราะว่าไรเดอร์มีการเดินทางไปหลายจุด

หลายปัจจัยฉุดยอดการสั่งสินค้าผ่านแอปฯ

ความกังวลเรื่องการระบาดของ COVID-19 อาจไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ประชาชนลดการสั่งสินค้า แต่มาจากรายได้ รวมทั้งค่าบริการจากกำไรขั้นต้น หรือค่าจีพี ที่บริษัทเก็บจากร้านค้าในอัตราสูงด้วย

เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด ระบุว่า ยอดการสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันลดลง หากสามารถลดค่าจีพีได้ เชื่อว่าประชาชนจะใช้บริการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น และอยู่บ้านมากขึ้น

ขณะที่ร้านขายข้าวมันไก่ ย่านวัดนาวงศ์ ระบุว่า ยอดขายอาหารผ่านแอปพลิเคชันยังเติบโตดี เนื่องจากเป็นร้านเก่าแก่ ส่วนการขายหน้าร้านต้องยืดระยะเวลาออกไป เพราะนั่งกินที่ร้านไม่ได้

หวังลูกค้ากลับมาสั่งเพิ่มหลังโควิดคลี่คลาย

พนักงานส่งอาหารหลายคน กล่าวว่า แม้จะกังวลเกี่ยวกับการระบาดของ COVID-19 แต่ยึดอาชีพนี้ เพราะเคยมีรายได้ที่ดี และเชื่อว่าหากจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ประชาชนคลายความกังวล เชื่อว่าลูกค้าจะกลับมาสั่งอาหารเพิ่มขึ้นเหมือนในอดีต

ทั้งนี้ ในปี 2563 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าจำนวนครั้งของการจัดส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ จะมีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 78-84 เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 33,000-35,000 ล้านบาท

 

กลับขึ้นด้านบน