ตลาดพลอย จ.จันทบุรี เงียบเหงา หลังปิด 14 วัน

ตลาดพลอย จ.จันทบุรี เงียบเหงา หลังปิด 14 วัน

ตลาดพลอย จ.จันทบุรี เงียบเหงา หลังปิด 14 วัน

รูปข่าว : ตลาดพลอย จ.จันทบุรี เงียบเหงา หลังปิด 14 วัน

ผลกระทบการปิดตลาดพลอยตามมาตรการควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด 14 วัน เป็นข้อกังวลของผู้ประกอบการร้านพลอยที่นี่ หลังขาดรายได้ ขณะที่วันนี้มีรายงานพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในกลุ่มชาวแอฟริกาเพิ่มขึ้น

วันนี้ (8 พ.ค.2564) มีรายงานพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในกลุ่มชาวแอฟริกาที่เข้ามาทำธุรกิจและค้าขายพลอยที่นี่มานานหลายปีแล้วเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ แต่ยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่า มีจำนวนเท่าใด ขณะที่การค้าขายพลอยในตลาดพลอยวันนี้ดูเงียบเหงาหลังถูกผิดตลาดเป็นเวลา 14 วัน

ย่านค้าขายพลอยในตลาดพลอย อ.เมืองจันทบุรี แม้จะเป็นวันเสาร์ แต่หากอยู่ในช่วงปกติ ที่นี่อาจจะคึกคักไม่น้อย เพราะถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจค้าพลอยขนาดใหญ่ใน จ.จันทบุรี แต่หลังมีการปิดตลาดหลังพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งเป็นชาวแอฟริกัน ในกลุ่มที่มาทำธุรกิจค้าขายพลอยและพักอาศัยอยู่ที่นี่มานานหลายปีแล้ว ติดเชื้อ COVID-19 ล่าสุดเมื่อวานนี้ พบผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกันติดเชื้อแล้วจำนวน 52 คน

 

ขณะที่วันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้ จากการคาดการณ์ของผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า ยืนยันว่า มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จากเมื่อวานนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกันแต่ตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการ ต้องรอการยืนยันอีกครั้ง

จากการสอบถาม ผู้ประกอบการร้านขายพลอยย่านตลาดพลอย ยอมรับว่า ตอนนี้ได้รับผลกระทบจากการปิดตลาดเป็นเวลา 14 ตามมาตรการควบคุมโรค เพราะขาดรายได้ พร้อมทั้งอยากให้ทีมสาธารณสุข เร่งตรวจเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อในกลุ่มชาวแอฟริกันมากขึ้นแม้จะเป็นกลุ่มชาวแอฟริกาที่อยู่ในประเทศมานานแล้ว แต่ก็ยังมีความกังวลไม่น้อย

 

ส่วนการตรวจเชิงรุกวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอหยุดการตรวจ 1 วัน เนื่องจากให้ผู้ปฏิบัติงานได้พักหลังจากเดินหน้าตรวจเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง และทำการตรวจเชิงรุกอีกครั้งวันพรุ่งนี้ (9 พ.ค.2564) ซึ่งเมื่อวานนี้ นพ.อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ยืนยันว่า จะคัดกรองเชิงรุกให้ได้มากที่สุดจำนวน 10,000 เคสต่อสัปดาห์ เฉลี่ยประมาณ 1,000-1,500 คนต่อวัน เพื่อสุ่มหาผู้ติดเชื้อที่สัมผัสกับผู้ป่วยชาวแอฟริกันที่ทำธุรกิจค้าขายพลอยและพักอาศัยอยู่ที่นี่โดยตรง

สำหรับกลุ่มเสี่ยง ยังคงมุ่งเป้า 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มที่ไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในมัสยิด เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเดือนรอมฎอน พบว่า มีมัสยิดในตัวเมืองบางแห่งที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทำให้เกิดการรวมตัวในหมู่มากโดยเฉพาะชาวแอฟริกันที่นับถือศาสนาอิสลาม

 

ส่วนอีกกลุ่มยังมุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่อยู่ใกล้ชิดกับชาวที่แอฟริกันที่ทำธุรกิจค้าขายพลอยในตลาดพลอย และที่พักอาศัย ก่อนจะลงคัดกรองในพื้นที่ชุมชนต่อไปจนมั่นใจว่าไม่พบผู้ติดเชื้อร้อยเปอร์เซ็น

แม้ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในกลุ่มชาวแอฟริกันเพิ่มขึ้นจากจำนวนเท่าใดแต่จากการสอบถามไปยังหน่วยงานสาธารณสุขโดยตรง ได้รับการยืนยันว่า ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกันที่เข้ามาอาศัยที่นี่และทำธุรกิจนานหลายปีแล้ว ส่วนการยืนยันว่า การติดเชื้อในกลุ่มก้อนชางแอฟริกันนั้น จะเป็นโควิดสายพันธ์แอฟริกาตามที่หลายฝ่ายกังวลหรือไม่ ซึ่งทางสาธารณสุขบอกว่า จะต้องรอการตรวจสอบผ่านห้องปฏิบัติการอย่างละเอียดอีกครั้ง

กลับขึ้นด้านบน