นายกฯ ตั้งเป้าจัดหาวัคซีนโควิดเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส

นายกฯ ตั้งเป้าจัดหาวัคซีนโควิดเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส

นายกฯ ตั้งเป้าจัดหาวัคซีนโควิดเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส

รูปข่าว : นายกฯ ตั้งเป้าจัดหาวัคซีนโควิดเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส

นายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าจัดหาวัคซีน COVID-19 เพิ่มเป็น 150 ล้านโดส จากเดิมตั้งเป้าไว้ 100 ล้านโดส พร้อมคาดว่าประมาณปลายเดือน ก.ค.นี้ จะมีคนไทยเกินครึ่งหนึ่งของประเทศ ได้รับวัคซีนเข็มแรก

วันนี้ (8 พ.ค.2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha โดยระบุว่า จากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ได้ตัดสินใจเดินหน้า 3 แนวทาง เกี่ยวกับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ดังนี้

จัดหาวัคซีนเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส หรือมากกว่า

แนวทางแรก ต้องเพิ่มจำนวนวัคซีนให้มากกว่านี้ จากที่ปัจจุบัน ตั้งเป้าสั่งซื้อวัคซีนที่ 100 ล้านโดส ประเทศไทยควรต้องหาวัคซีนเพิ่มอีกให้เป็น 150 ล้านโดส หรือมากกว่านั้นให้ได้ แม้ว่าบางส่วนอาจจะส่งมอบให้ได้ในช่วงปีหน้า ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ไม่ควรจัดหาวัคซีนด้วยเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าภูมิคุ้มกันหมู่ภายในประเทศจะเกิดขึ้น

เมื่อฉีดให้ประชาชนได้ 50 ล้านคน ควรต้องมีวัคซีนให้เพียงพอสำหรับคนไทยทุกคน ซึ่งประเทศไทยมีประชากรผู้ใหญ่อยู่ประมาณ 60 ล้านคน และควรต้องมีวัคซีนเผื่อสำรองเอาไว้อีก เพราะทุกวันนี้ ทั่วโลกยังมีความไม่ชัดเจนว่า การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่จากไวรัสตัวนี้ จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตลอดจนคำถามอื่นๆ ที่ยังมีอยู่

เช่น หลังจากฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ประสิทธิภาพของวัคซีนจะคงอยู่ได้นานเท่าไหร่ และมีความจำเป็นต้องฉีดเข็มที่ 3 อีกหรือไม่ รวมทั้งเรื่องของการกลายพันธุ์

นอกจากนั้น ยังมีความเสี่ยงที่วัคซีนอาจจะส่งมอบล่าช้า อย่างล่าสุด หลายประเทศชั้นนำของโลก มีการคาดการณ์กันว่าในช่วงเวลานี้ จะได้รับส่งมอบวัคซีน เป็นจำนวนที่น้อยกว่าครึ่งนึงของจำนวนที่สั่งไว้

เดินหน้าเจรจาผู้ผลิตวัคซีน 7 ราย - ลุยเจรจาเพิ่ม

แนวทางที่ 2 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งทำงานเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การเจรจาสั่งซื้อวัคซีนมีความคืบหน้าที่เร็วกว่านี้ ให้มีการเจรจากับผู้ผลิตหลายรายเพิ่มขึ้นอีกเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้วัคซีนเพิ่มขึ้น

ซึ่งมีการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนจำนวนถึง 7 ราย และกำลังหาเจรจาเพิ่มอีก รวมถึงวัคซีนใหม่ๆ จากผู้ผลิตรายใหม่ๆ ด้วย แน่นอนว่าในขณะที่ทั้งโลกยังคงแย่งกันสั่งซื้อวัคซีนให้กับประเทศของตัวเอง ทำให้การจัดหาและสั่งซื้อวัคซีนยังเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากอยู่ แต่จะต้องหาทางทำให้ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

เร่งฉีดเข็มแรก หวังช่วยลดความรุนแรง - เสียชีวิต

การตัดสินใจเรื่องสุดท้าย คือการปรับแนวทางการฉีด โดยเร่งเครื่องการฉีดวัคซีนเข็มแรก หลังการหารืออย่างเข้มข้นกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และสาธารณสุข จะปรับมาให้ความสำคัญกับการเร่งฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประชาชนจำนวนมากที่สุด เท่าที่จะทำได้

เนื่องจากทางการแพทย์มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า หลังจากได้รับการฉีดวัคซีน แม้แค่เพียงเข็มแรก ก็สามารถช่วยลดโอกาสในการรับเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการ และลดโอกาสในการเสียชีวิตไปได้อย่างมาก

ดังนั้น ต้องเร่งเครื่องเดินหน้าให้เร็ว ปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับประชาชนจำนวนมากที่สุด ซึ่งจะทำให้ในช่วงประมาณปลายเดือน ก.ค. ประเทศไทยจะมีประชากรผู้ใหญ่ จำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ ที่จะได้รับวัคซีนเข็มแรกและได้รับการปกป้องจากอันตรายของ COVID-19 แล้ว ในระดับที่มากพอสมควร

กลับขึ้นด้านบน