GISTDA ประเมิน "ซากจรวดจีน" ตกสู่พื้นโลกไม่กระทบไทย

GISTDA ประเมิน "ซากจรวดจีน" ตกสู่พื้นโลกไม่กระทบไทย

GISTDA ประเมิน "ซากจรวดจีน" ตกสู่พื้นโลกไม่กระทบไทย

รูปข่าว : GISTDA ประเมิน "ซากจรวดจีน" ตกสู่พื้นโลกไม่กระทบไทย

GISTDA ประเมินพร้อมคาดการณ์เศษซากจรวด Long March 5B ของจีน ที่จะตกสู่พื้นโลกในวันนี้ (9 พ.ค.64) ระหว่างช่วงเวลา 08.09 -10.09 น. (ตามเวลาไทย) มีโอกาสกระทบไทยน้อยมากเพียง 0.18% ย้ำ วัตถุอวกาศตกถึงพื้นผิวโลกมีต่อเนื่อง เป็นเรื่องปกติ

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2564 เพจไทยคู่ฟ้า ได้เผยแพร่ข้อความ ระบุว่า กระแสข่าวกรณีจะมีเศษซากจรวด Long March 5B ที่มีน้ำหนักประมาณ 20 ตันของจีน กำลังจะตกสู่พื้นผิวโลกโดยไม่สามารถควบคุมได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้น

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ได้ประเมินพร้อมกับคาดการณ์ว่า วัตถุอวกาศดังกล่าว จะตกสู่พื้นโลกในวันที่ 9 พ.ค.64 ระหว่างช่วงเวลา 08.09 น. - 10.09 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยเวลา และตำแหน่งที่แน่ชัดและแม่นยำนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อชิ้นส่วนใกล้จะตกสู่โลกภายใน 1 - 3 ชั่วโมง

สำหรับประเทศไทยมีโอกาสเพียง 0.18% ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตาม ทาง GISTDA จะติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและแจ้งให้ทราบโดยทันที

รู้จักจรวด Long March 5B

ก่อนหน้านี้ GISTDA ได้อธิบายเกี่ยวกับจรวดลอง มาร์ช 5 บี (Long March 5B) ว่า เป็นจรวดซึ่งมีความยาวประมาณ 30 เมตร กว้าง 5 เมตร ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ ตั้งแต่ช่วงวันพฤหัสบดีที่ 29 เม.ย.2564 เพื่อส่งโมดูลแรกของสถานีอวกาศจีน (Chinese Space Station: CSS) ที่มีชื่อว่า “เทียนเฮอ” (Tianhe) ที่คาดว่าจะสามารถปฏิบัติงานอย่างเต็มรูปแบบได้ใน ปี พ.ศ.2565

โดยชิ้นส่วนหลักของจรวดนี้มีน้ำหนักประมาณ 20 ตัน ถือว่าเป็นวัตถุอวกาศที่มีน้ำหนักมากที่กำลังตกกลับสู่โลก ซึ่งขณะนี้ 4 หน่วยงานได้มีการติดตามคาดการณ์ตกของจรวด ได้แก่ United States Space Command, ESA , Aerospace และ GISTDA ได้ประเมินและคาดการณ์ตรงกันว่าวัตถุอวกาศดังกล่าวจะตกสู่พื้นโลกในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 พ.ค.2564 ตามเวลาประเทศไทย

ย้อนรอยวัตถุอวกาศตกลงพื้นผิวโลก

GISTDA ยังระบุอีกว่า เรื่องราวของวัตถุอวกาศที่ตกลงมายังพื้นผิวโลกนั้นมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มมีการส่งดาวเทียมดวงแรก “สปุตนิก” ของสหภาพโซเวียต โดยทั่วไปแล้วชิ้นส่วนส่วนใหญ่ของดาวเทียมจะถูกเผาไหม้ไปกับชั้นบรรยากาศ แต่กรณีที่เป็นสถานีอวกาศที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวเทียม จะมีชิ้นส่วนบางชิ้นเกิดการเผาไหม้ไม่หมดตกสู่พื้นผิวโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

ที่ผ่านมากว่า 60 ปี ชิ้นส่วนจากอวกาศที่ตกลงมาสู่พื้นผิวโลกนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ให้ชีวิตและทรัพย์สินมากนัก แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายอวกาศหรือข้อตกลงทางด้านอวกาศมีการกล่าวถึงรายละเอียดของการชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากดาวเทียมหรือสถานีอวกาศ โดยประเทศเจ้าของวัตถุชิ้นนั้นจะต้องเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวที่เกิดอีกด้วย

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน