บุกจับอดีตทหารสหรัฐฯ แก๊งทวงหนี้ข้ามชาติ เรียกค่าไถ่ 93 ล้านบาท

บุกจับอดีตทหารสหรัฐฯ แก๊งทวงหนี้ข้ามชาติ เรียกค่าไถ่ 93 ล้านบาท

บุกจับอดีตทหารสหรัฐฯ แก๊งทวงหนี้ข้ามชาติ เรียกค่าไถ่ 93 ล้านบาท

รูปข่าว : บุกจับอดีตทหารสหรัฐฯ แก๊งทวงหนี้ข้ามชาติ เรียกค่าไถ่ 93 ล้านบาท

หน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบปราม จับกุมขบวนการทวงหนี้นักธุรกิจไต้หวัน เรียกค่าไถ่ 93 ล้านบาท พบหัวหน้าขบวนการเป็นอดีตทหารอเมริกัน อ้างขัดแย้งธุรกิจซื้อขายถุงมือยาง

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบปราม บุกเข้าจับขบวนการทวงหนี้ข้ามชาติ หลังก่อเหตุบุกอุ้มนักธุรกิจชาวไต้หวันกลางร้านอาหารย่านทองหล่อ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยจับกุมอดีตทหารสัญชาติอเมริกัน พร้อมพวกซึ่งเป็นชาวอิสราเอล และคนไทยรวม 3 คน ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาร่วมกันเรียกค่าไถ่ พยายามฆ่า อั้งยี่ซ่องโจร ข่มขืนใจ กักขังหน่วงเหนี่ยว และทำร้ายร่างกาย

พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหาได้รับว่าจ้างจากหัวหน้าขบวนการชาวอเมริกัน ให้ลักพาตัวและเรียกค่าไถ่นักธุรกิจชาวไต้หวัน ผู้เสียหาย เป็นเงิน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 93 ล้านบาท เพื่อมาชดใช้หนี้ธุรกิจซื้อขายถุงมือยางเมื่อปลายปี 2563 โดยขบวนการทวงหนี้ได้หลอกล่อให้ผู้เสียหายออกมาพบที่ร้านอาหารในซอยสุขุมวิท 36 อ้างว่าต้องการซื้อถุงมือยาง แต่กลับล็อกตัว ใส่กุญมือในช่วงกลางวัน และลากไปยังห้องพักในบริเวณใกล้เคียง

จากนั้นขบวนการดังกล่าวบังคับเรียกค่าไถ่รวม 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผู้เสียหายพยายามเจรจาต่อรองว่า จะติดต่อกับบริษัทแม่ในต่างประเทศให้ชำระหนี้ดังกล่าว เพราะตัวเองไม่มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงิน ผู้ต้องหาจึงยอมปล่อยตัวผู้เสียหายออกมา

อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย มีการทำเป็นขบวนการของกลุ่มอาชญากรต่างชาติ และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกระทำความผิด ตำรวจกองปราบปราม จึงดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหารวม 8 คน มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 3 คน และเตรียมประสานเข้ามอบตัวอีก 1 คน

 

ขณะที่ พ.ต.ท.ณัฐกิตติ์ จอกโคกสูง รองผู้กำกับการสืบสวน สน.ทองหล่อ ระบุว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพบางส่วน ว่าได้รับว่าจ้างให้ไปอุ้มผู้เสียหายจริง โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 5,000,000 บาท สำหรับสาเหตุตำรวจยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่า เป็นการขัดแย้งเรื่องธุรกิจถุงมือยางตามที่ผู้ต้องหาอ้างหรือไม่ ส่วนขบวนการทวงหนี้ที่ก่อเหตุเป็นการว่าจ้างจากต่างประเทศเข้ามาในไทย หรือเป็นคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้วนั้น อยู่ระหว่างการสอบสวน

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ ได้ร่วมสังเกตการณ์การแถลงข่าวและสอบถามว่า ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ยังไม่พบความเชื่อมโยง ก่อนจะเชิญตัวนายสันธนะไปพูดคุยภายหลัง

 

กลับขึ้นด้านบน