ทางการไทย-อิสราเอล ช่วยเหลือครอบครัวแรงงานไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ จากเหตุปะทะ

ทางการไทย-อิสราเอล ช่วยเหลือครอบครัวแรงงานไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ จากเหตุปะทะ

ทางการไทย-อิสราเอล ช่วยเหลือครอบครัวแรงงานไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ จากเหตุปะทะ

รูปข่าว : ทางการไทย-อิสราเอล ช่วยเหลือครอบครัวแรงงานไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ จากเหตุปะทะ

กระทรวงแรงงาน เผยแรงงานที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุรุนแรงในอิสราเอล จะได้รับเงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคมแห่งชาติของอิสราเอล และกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

จากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล ทำให้มีแรงงานไทยเสียชีวิต 2 คนคือ นายวีรวัฒน์ การันบริรักษ์ อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดเพชรบูรณ์ และนายสิขรินทร์ สงำรัมย์ อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดบุรีรัมย์ และมีแรงงานบาดเจ็บสาหัส เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 7 คน

วันนี้ (19 พ.ค.2564) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตว่า จะได้รับค่าเงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคมแห่งชาติของอิสราเอล

กรณีเสียชีวิต ภรรยาและบุตรของผู้เสียชีวิตทุกคน จะได้รับเงินช่วยเหลือทุกเดือน จนกว่าภรรยาจะแต่งงานใหม่ หรือบุตรมีอายุครบ 18 ปี โดยภรรยาจะได้รับเงินประมาณ 36,000 บาท ส่วนบุตรประมาณ 6,000 - 12,000 บาททุกเดือน

กรณีบาดเจ็บหรือพิการเกินร้อยละ 20 ขึ้นไป สำนักงานประกันสังคมแห่งชาติของอิสราเอล จะจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต โดยคำนวณจากเปอร์เซ็นต์สูญเสียหากบาดเจ็บหรือพิการร้อยละ 100 จะได้รับเดือนละประมาณ 60,000 บาท
ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ กรณีได้รับบาดเจ็บ จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกินคนละ 30,000 บาท กรณีเสียชีวิตจะได้เงินช่วยเหลือ 80,000 บาท แบ่งออกเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 40,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการจัดการศพเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท

 

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าหน่วยงานของไทยในอิสราเอล พร้อมดูแลความปลอดภัยแรงงานไทย ซึ่งทางกระทรวงเคยมีประสบการณ์มาแล้ว แต่จากการสอบถามพบว่าแรงงานไทยส่วนใหญ่ในขณะนี้ยังไม่ต้องการกลับประเทศไทย

ถ้ามีผลกระทบต่อความปลอดภัยกับพี่น้องแรงงานของเรา กระทรวงแรงงานพร้อมอพยพแรงงานกลับมาไทย ซึ่งเราเคยมีประสบการณ์อพยพแรงงานกลับมาแล้วหนึ่งครั้ง ครั้งนี้คงไม่มีปัญหา

ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าหลังเกิดเหตุรุนแรงจนทำให้แรงงานไทยเสียชีวิต 2 คน รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล ได้โทรศัพท์ถึงเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทล อาวีฟ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยทางการอิสราเอลพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และย้ำว่าทางการอิสราเอลใช้มาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยให้กับชาวต่างชาติเช่นเดียวกับชาวอิสราเอล

แม้ครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล จะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ความสูญเสียในครั้งนี้ จะฝังใจครอบครัวไปอีกนาน โดยเฉพาะครอบครัวของนายสิขรินทร์ สงำรัมย์ ที่ภรรยาบอกว่าแทบจะอยู่ในเหตุการณ์ที่สามีเสียชีวิต เพราะตอนที่เกิดเหตุระเบิด ทั้งคู่กำลังวิดีโอคอลคุยกัน

ภรรยาแรงงานไทย เล่าวินาทีสูญเสียเสาหลักครอบครัว

นางสาวอรทัย กองมะเริง ภรรยานายสิขรินทร์ สงำรัมย์ ชาวบ้านกระทิง ตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ 1 ใน 2 แรงงานไทยที่เสียชีวิต เธอเล่าถึงวินาทีสูญเสียสามีให้กับเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ที่เดินทางไปให้กำลังใจและแจ้งข้อมูลการช่วยเหลือที่จะได้รับ
ขณะเกิดเหตุกำลังวิดีโอคอลคุยกับสามี เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ แต่ระหว่างนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น และได้ยินเหมือนสามีล้มลง และมีเสียงคนตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงตะโกนสอบถามไปในสายด้วยความเป็นห่วง จากนั้นเพื่อนคนไทยก็มารับสาย และบอกว่าสามีถูกสะเก็ดระเบิดใต้ราวนม อาการสาหัส สามีของเธอเพิ่งกลับไปทำงานได้เพียง 3 วัน หลังพ้นมาตรการกักตัว

นางเรือนลักษ์ แซ่ลี้ อายุ 41 ปี ภรรยานายวีรวัฒน์ การุณบริรักษ์ แรงงานที่เสียชีวิตอีกคน วันนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานแรงงานจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เข้าไปชี้แจงสิทธิประโยชน์และการจัดการส่งศพกลับประเทศไทย คาดว่าต้องใช้เวลานับเดือน เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่สงบ

นางเรือนลักษ์เล่าว่า สามีเดินทางไปทำงานด้านการเกษตรที่อิสราเอล ตั้งแต่ปี 2561 เป็นเสาหลักของครอบครัว ทุกเดือนจะส่งเงินกลับมาให้ครอบครัวใช้จ่าย ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียที่เกิดขึ้น

 

 

กลับขึ้นด้านบน