พบเชื้อโควิด "สายพันธุ์อินเดีย" ใน 15 คนงานแคมป์หลักสี่

พบเชื้อโควิด "สายพันธุ์อินเดีย" ใน 15 คนงานแคมป์หลักสี่

พบเชื้อโควิด "สายพันธุ์อินเดีย" ใน 15 คนงานแคมป์หลักสี่

รูปข่าว : พบเชื้อโควิด "สายพันธุ์อินเดีย" ใน 15 คนงานแคมป์หลักสี่

ศบค.แถลงพบคนงาน 15 คน ในแคมป์หลักสี่ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์อินเดีย ขณะนี้อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ พร้อมควบคุมไม่ให้เดินทางข้ามเขตระหว่างแคมป์คนงาน และจัดระเบียบชุมชนควบคุมการแพร่ระบาด

วันนี้ (21 พ.ค.2564) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เปิดเผยว่า ข้อมูล ณ วันที่ 20 พ.ค. มีรายงานสถานการณ์การระบาด 35 คลัสเตอร์ กระจายอยู่ใน 23 เขต โดยพบการระบาดในใจกลางกรุงเทพฯ ได้แก่ เขตคลองเตย เขตราชเทวี เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตหลักสี่ เขตดินแดง

นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบรายงานว่า ขณะนี้มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากในแคมป์คนงานหลักสี่และนี้มีคนงาน 15 คน มีผลตรวจพบ COVID-19 สายพันธุ์อินเดีย หรือ B1.617.2 ขณะนี้เข้ารับการดูแลในโรงพยาบาลเป็นอย่างดี และส่งทีมสอบสวนโรคเข้าไปดูแลและป้องกันการติดเชื้อ

นอกจากนี้ นายกฯ สั่งการให้ตรวจสภาวะสุขอนามัยแคมป์คนงานที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ, ควบคุมไม่ให้เดินทางข้ามเขตระหว่างแคมป์คนงาน, จัดระเบียบตลาดนัด ร้านค้าในชุมชน, ดูแลสุขอนามัยผู้ประกอบการร้านอาหารและพนักงานส่งอาหารตามบ้าน, จัดระเบียบการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ และเน้นย้ำมาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home) โดยให้กำกับติดตามว่าทุกหน่วยงานได้ปฏิบัติอย่างจริงจังหรือไม่

นพ.ทวีศิลป์ ยังระบุว่า นายกฯ ยังได้ยกมาตรการของจีนที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 โดยมียุทธศาสตร์ 4 ข้อ แบ่งตามสภาพของความเสี่ยงและสภาพปัญหาในพื้นที่ คือ 1.พื้นที่ที่ยังไม่พบการระบาด ต้องใช้การป้องกันอย่างเข้มงวดและดูแลเป็นพิเศษ ไม่ให้มีการนำเชื้อเข้ามาในพื้นที่ 2.พื้นที่ที่เริ่มพบผู้ป่วยให้ใช้มาตรการการค้นหา ควบคุมการระบาด ป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อต่อไป 3.พื้นที่ที่มีการระบาดเป็นกลุ่ม ต้องควบคุมการแพร่โรคให้ได้มากที่สุด และป้องกันการแพร่ไปสู่พื้นที่อื่น โดยให้การรักษาผู้ป่วยอย่างดีที่สุด และ 4.พื้นที่ที่มีการระบาดอย่างมาก ให้ดูแลผู้ป่วยเป็นหลักและควบคุมการแพร่เชื้อ ควบคุมการเดินทาง ให้อยู่ที่บ้านเป็นหลัก ซึ่งเรื่องดังกล่าวไทยได้นำมาใช้และเคยประสบความสำเร็จในการแพร่ระบาดทั้ง 2 ระลอกที่ผ่านมา

นายกฯ ยังเป็นห่วงกรณีการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยขอให้ฝ่ายการแพทย์ ทั้งของ กทม. กรมการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยทุกแห่ง และแพทย์จาก รพ.เอกชน ร่วมกันวางยุทธศาสตร์ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างดีที่สุด

ส่วนแผนการให้บริการวัคซีน นายกฯ สรุปว่าแผนที่รัฐบาลประกาศให้เป็น "วาระแห่งชาติ" จะฉีดวัคซีนพร้อมกันในวันที่ 7 มิ.ย.2564 โดยมี 3 ช่องทางกระจายวัคซีน คือ 1. ระบบหมอพร้อม 2.ลงทะเบียน ณ จุดบริการ หากมีวัคซีนเพียงพอจะได้รับการฉีดทันที หรือวางคิวในวันถัด ๆ ไป และกระจายวัคซีนให้กลุ่มเฉพาะ เช่น แพทย์ พยาบาล อสม. เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ครู นักธุรกิจ นักศึกษา

 

กลับขึ้นด้านบน