สธ.ชี้ติดโควิดสายพันธุ์อินเดีย 62 คน-ยันตรวจหาเชื้อทางจมูกได้

สธ.ชี้ติดโควิดสายพันธุ์อินเดีย 62 คน-ยันตรวจหาเชื้อทางจมูกได้

สธ.ชี้ติดโควิดสายพันธุ์อินเดีย 62 คน-ยันตรวจหาเชื้อทางจมูกได้

รูปข่าว : สธ.ชี้ติดโควิดสายพันธุ์อินเดีย 62 คน-ยันตรวจหาเชื้อทางจมูกได้

กระทรวงสาธารณสุข ชี้ผลตรวจสอบเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์อินเดียขยายจากแคมป์หลักสี่ และจุดอื่นของกทม.พบแล้ว 62 คน ยืนยันยังใช้การตรวจเชื้อทางจมูกได้ ส่วนสายพันธุ์แอฟริกาใต้ตรวจพบ 11 คนยังอยู่ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส แนะลดเคลื่อนย้ายตัดวงจรแพร่เชื้อ

วันนี้ (25 พ.ค.2564) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการถอด รหัสพันธุกรรมสอบเชื้อกลายพันธุ์ COVID-19 สายพันธุ์อินเดียในแคมป์ก่อสร้างเขตหลักสี่ ซึ่งเดิมสัปดาห์ก่อนมีตัวเลข 36 คน ล่าสุดเมื่อขยายการตรวจออกไปในพื้นที่อื่นของกทม.พบแล้ว 62 คน สายพันธุ์นี้แพร่กระจายเร็วเช่นเดียวกับสายพันธุ์อังกฤษ ความรุนแรงไม่แตกต่างกันมาก วัคซีนยังใช้ได้

ส่วนที่บอกว่าสายพันธุ์อินเดียจะหลบเข้าไปในปอด ตรวจหาเชื้อทางจมูกไม่เจอไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ส่วนสายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่ตรวจพบ 11 คน ยังอยู่ในพื้นที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไม่มีการแพร่ออกไปพื้นที่อื่น แต่ต้องมีการเก็บตัวอย่างเชื้อพื้นที่ใกล้เคียงมาตรวจเพิ่มเติม เช่น ยะลา สงขลา พัทลุง ดังนั้นขอให้ทุกคนลดการเคลื่อนย้าย ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปพื้นที่อื่น

ส่วนความรุนแรงของสายพันธุ์แอฟริกาใต้ เนื่องจากไทยยังมีข้อมูลน้อยที่จะบอกความรุนแรง ส่วนต่างประเทศมีข้อมูลว่าอาจมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จึงต้องเฝ้าระวังต่อไป แต่รักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่และหายแล้ว 3 คน

 

นอกจากนี้ นพ.ศุภกิจ กล่าวอีกว่า แม้สายพันธุ์อังกฤษ อินเดีย และแอฟริกาใต้ จะแพร่เร็ว แต่การป้องกัน COVID-19 ไม่ได้ยึดว่าเป็นสายพันธุ์อะไร ใช้หลักการป้องกันควบคุมโรคเหมือนกัน ทั้งใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ลดกิจ กรรมเสี่ยงปาร์ตี้ สังสรรค์ ลดการลักลอบข้ามแดนที่จะนำเชื้อกลายพันธุ์เข้ามา ทุกคนต้องช่วยกันเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดการกลายพันธุ์ในประเทศ

ขออย่ากังวลจนไม่ไปฉีดวัคซีนเพราะสายพันธุ์นี้ยังอยู่ใน อ.ตากใบ ยังไม่ได้มาแทนที่สายพันธุ์อื่น วัคซีนยังมีผลต่อสายพันธุ์อื่นๆที่พบในประเทศเป็นส่วนใหญ่ จึงขอให้ทุกคนฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดอัตราป่วยและเสียชีวิต 

อ่านข่าวเพิ่ม ด่วน! แคมป์หลักสี่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดียแล้ว 36 คน

ชี้ส่วนใหญ่พบสายพันธุ์อังกฤษร้อยละ 93 

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สำหรับเชื้อ COVID-19 กลายพันธุ์ว่าตามธรรมชาติของเชื้อมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา หากมีการแพร่เชื้อมากขึ้น โอกาสเกิดการกลายพันธุ์ได้มากขึ้น ซึ่งการเฝ้าระวังมี 2 ระดับ คือ 1.ระดับที่น่าสนใจที่ต้องติดตามกันต่อ และ 2.ระดับที่น่าห่วงกังวล เช่น สายพันธุ์อังกฤษ อินเดีย บราซิล แอฟริกาใต้ แคลิฟอร์เนีย

ทั้งนี้ไทยมีเครือข่ายห้องปฏิบัติการในการสุ่มตรวจเพื่อเฝ้าระวังสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อเกิดคลัสเตอร์ใหม่ พื้นที่ชายแดน ในกลุ่มผู้ป่วยอาการหนักใส่ท่อช่วยหายใจหรือเสียชีวิต และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ

จากการสุ่มตรวจเชื้อ 1,300 กว่าตัวอย่าง พบสายพันธุ์อังกฤษ 1,200 กว่าตัวอย่างหรือ 93% มาแทนที่สายพันธุ์เดิมก่อนหน้าแล้ว เพราะแพร่กระจายเร็ว ส่วนความรุนแรงไม่แตกต่างจากสายพันธุ์เดิม และภูมิคุ้มกันจากวัคซีนยังได้ผล

สำหรับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR จะรู้แค่ว่าติดเชื้อหรือไม่ แต่จะไม่รู้สายพันธุ์ ต้องใช้วิธีการตรวจพิเศษ ใน 3 วิธี คือ การตรวจ RT PCR โดยการใช้น้ำยาเฉพาะต่อสายพันธุ์  การตรวจมุ่งเป้าเฉพาะส่วนของเชื้อไวรัส ใช้เวลา 1-2 วัน และการตรวจไวรัสทั้งตัว ใช้เวลา 3-5 วันมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ช่วยให้รู้สายตระกูลของเชื้อว่ามีต้นทางมาจากที่ไหน เนื่องจากนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูล การตรวจสายพันธุ์ของแต่ละประเทศที่ส่งมาเป็นข้อมูลส่วนกลางได้ เช่น การระบาดที่จ.สมุทรสาครพบว่าเชื้อมาจากอินเดีย บังกลาเทศ และเข้ามาทางเมียนมา 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฝ้าระวังไซต์ก่อสร้างเขตดุสิต-วางแผนลุยตรวจ 409 แคมป์ใน กทม.

ไทยติดโควิดอีก 3,226 เสียชีวิต 26 หายป่วยเพิ่ม 3,094 คน

 

 

กลับขึ้นด้านบน