ขสมก.สอบกรณีผู้โดยสารหญิงถูกทำร้ายบนรถมินิบัส สาย 27

ขสมก.สอบกรณีผู้โดยสารหญิงถูกทำร้ายบนรถมินิบัส สาย 27

ขสมก.สอบกรณีผู้โดยสารหญิงถูกทำร้ายบนรถมินิบัส สาย 27

รูปข่าว : ขสมก.สอบกรณีผู้โดยสารหญิงถูกทำร้ายบนรถมินิบัส สาย 27

ขสมก.ตรวจสอบกรณีผู้โดยสารหญิงถูกทำร้ายบนรถมินิบัส สาย 27 โดยพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร ระบุตื่นเต้นตกใจจนลืมปิดประตู และผู้ก่อเหตุขู่จะทำร้าย จึงกลัวและไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือ ขณะที่ผู้เสียหายขอให้ ขสมก.กำหนดแนวทางไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก

วันนี้ (27 พ.ค.2564) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.แจ้งว่า ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Diana Pattison” โพสต์ข้อความ ซึ่งมีเนื้อหาสรุปความว่า

เพื่อนของผู้ใช้เฟซบุ๊กถูกทำร้ายร่างกายบนรถมินิบัส สาย 27 หมายเลข 27 - 52 เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2564 เวลา 21.00 น. ขณะรถคันดังกล่าวจอดรับ - ส่งผู้ใช้บริการบริเวณป้ายหยุดรถโดยสารตรงข้ามโรงเรียนทรงวิทย์ศึกษา

โดยไม่มีผู้ใช้บริการบนรถ หรือพนักงานประจำรถให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด นั้น

วันนี้ เวลา 09.00 น. ขสมก.ได้เชิญ น.ส.ศรัญยาพร วิชัยกุล ผู้ใช้บริการที่ถูกทำร้ายร่างกาย มารดาและอาของ น.ส.ศรัญยาพร

พร้อมด้วยนายเฉลียว งามเยี่ยม และ น.ส.สุจิตตา เจริญพักตร์ พนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารรถมินิบัส สาย 27 คันที่เกิดเหตุ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายเฉลียว ได้ให้การว่า ขณะเกิดเหตุการณ์นายเฉลียวมีความตื่นเต้น ตกใจ จึงทำตัวไม่ถูกและลืมปิดประตูรถ ทำให้ผู้ก่อเหตุวิ่งหนีลงจากรถ

ส่วน น.ส.สุจิตตา ได้ให้การว่าขณะเกิดเหตุ น.ส.สุจิตตา กำลังจะเข้าไปช่วย แต่ผู้ก่อเหตุขู่ว่าถ้าเข้ามาช่วยจะใช้มีดแทง จึงกลัวและไม่กล้าเข้าไปช่วย

แต่เมื่อผู้ก่อเหตุลงรถไปได้สักครู่ พนักงานได้โทรศัพท์แจ้งให้เพื่อนของพนักงาน ขี่รถจักรยานยนต์ตามหาตัวผู้ก่อเหตุ แต่ปรากฏว่าไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ

น.ส.ศรัญยาพร วิชัยกุล ผู้ใช้บริการที่ถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมด้วยมารดาและอาของ น.ส.ศรัญยาพร ไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด แต่ขอให้ ขสมก.กำหนดแนวทางแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก

ขณะที่ ขสมก.ระบุว่า จะนำระเบียบปฏิบัติกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินบนรถโดยสารของ ขสมก.ไปใช้กับรถโดยสารเอกชนร่วมบริการทุกคัน

พร้อมทั้งให้พนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร เป็นพยานชี้ตัวผู้ก่อเหตุ และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสืบหาตัวผู้ก่อเหตุ

 

กลับขึ้นด้านบน