ขสมก.ยืนยันพนักงานป่วยชักเกร็งปลอดภัยดี ไม่เกี่ยวกับฉีดวัคซีนและไม่เสียชีวิต

ขสมก.ยืนยันพนักงานป่วยชักเกร็งปลอดภัยดี ไม่เกี่ยวกับฉีดวัคซีนและไม่เสียชีวิต

ขสมก.ยืนยันพนักงานป่วยชักเกร็งปลอดภัยดี ไม่เกี่ยวกับฉีดวัคซีนและไม่เสียชีวิต

รูปข่าว : ขสมก.ยืนยันพนักงานป่วยชักเกร็งปลอดภัยดี ไม่เกี่ยวกับฉีดวัคซีนและไม่เสียชีวิต

ขสมก.ยืนยันกระเป๋ารถเมล์สาย 62 มีอาการชักเกร็งหลังฉีดวัคซีน ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อาการปลอดภัยดี พบเป็นโรคลมชัก ไม่ได้รับยา 3-4 เดือน อาการจึงกำเริบ ยืนยันไม่เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด

วันนี้ (29 พ.ค.2564) นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีพนักงานเก็บค่าโดยสาร สาย 62 ท่าน้ำสาธุประดิษฐ์-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพศชาย อายุ 33 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่สถานีกลางบางซื่อ เมื่อวันที่ 27 พ.ค.64 หลังจากฉีดเสร็จสังเกตอาการ 30 นาที ไม่พบอาการผิดปกติแต่อย่างใด

จากนั้นขณะที่พนักงานคนดังกล่าว กำลังจะมาขึ้นรถกับกลุ่มเพื่อนพนักงาน ขสมก. ที่มาฉีดวัคซีนในวันนั้น เพื่อกลับไปที่ทำงานที่อู่สาธุประดิษฐ์ พบว่าพนักงานคนดังกล่าว มีอาการปวดศีรษะ ล้มลง แล้วเกิดอาการชักเกร็ง

เจ้าหน้าที่จึงเข้ามาช่วยเหลือแล้วพาไปรักษาที่สถาบันประสาทวิทยา หมอวินิจฉัยว่า พนักงานคนดังกล่าวมีโรคประจำตัวคือ โรคชักเกร็ง แล้วให้การรักษาจนมีอาการดีขึ้น จึงนำพนักงานคนดังกล่าวกลับอู่สาธุประดิษฐ์

จากนั้นพบว่าพนักงานคนดังกล่าว มีอาการชักเกร็งอีกครั้ง ขณะเดียวกันจากสืบค้นประวัติพบว่า พนักงานคนนี้เคยรักษาอาการชักเกร็งที่ รพ.เลิดสิน จึงรับส่งตัวไปรักษาที่ รพ.เลิดสิน ทันที ซึ่งแพทย์วินิจฉัยโรคว่ามีอาการชักเกร็ง

ขณะนี้ นอนรักษาต่ออยู่ที่ รพ.เลิดสิน รู้สึกตัวดีและช่วยเหลือตนเองได้ ยืนยันว่าไม่มีการเสียชีวิต ตามที่มีการนำเสนอข่าวแต่อย่างใด

นายสุระชัย กล่าวต่อว่า จากการซักประวัติพนักงานคนดังกล่าว พบว่ามีโรคประจำตัวคือ โรคลมชัก และเคยเข้าการรักษาอาการชักเกร็งที่ รพ.เลิดสิน เมื่อช่วงเดือน มี.ค.64 จากนั้นอาการดีขึ้น แพทย์จึงให้กลับบ้านและให้ยามารับประทานเพื่อรักษาโรคดังกล่าว เมื่อยาหมดแล้วพบว่าอาการดีขึ้น จึงไม่ได้กลับไปขอยาที่ รพ.มารักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดการรักษาและไม่ได้ทานยามาสักพักแล้ว จึงทำให้อาการกำเริบ

 

ทั้งนี้ ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน ขสมก. ได้ประชาสัมพันธ์ให้พนักงานเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตนแล้ว แต่กรณีพนักงานคนนี้ไม่ได้แจ้ง ขสมก. ว่ามีโรคประจำตัว เพื่อให้แพทย์ประเมินก่อนการฉีดวัคซีน ทำให้ไม่ทราบข้อมูลในส่วนนี้ จึงเกิดปัญหาดังกล่าว

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ ขสมก. เน้นย้ำพนักงานที่เข้าฉีดวัคซีนทุกคนว่า ถ้าใครมีโรคประจำตัว ต้องแจ้งหัวหน้างานทันที เพื่อส่งข้อมูลให้แพทย์ประเมินว่าสามารถฉีดวัคซีนได้หรือไม่เพื่อป้องกันการเกิดกรณีแบบนี้อีก

ด้านนายอาทร ถิ่นรัตน์ พนักงานเก็บค่าโดยสารสาย 62 ท่าน้ำสาธุประดิษฐ์-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ชี้แจงว่า ตนเข้า รพ. ครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน COVID-19 แต่เป็นโรคประจำตัวของตนเอง ที่ตนไม่ได้รับยามาแล้ว 3-4 เดือน ทำให้อาการกำเริบ พร้อมขอบคุณสำหรับกำลังใจทุกคนที่ห่วงใยครั้งนี้

กลับขึ้นด้านบน