ห่วงกลุ่มเปราะบาง! "พิธา" ติงตัดงบสวัสดิการ 3.5 หมื่นล้าน

ห่วงกลุ่มเปราะบาง! "พิธา" ติงตัดงบสวัสดิการ 3.5 หมื่นล้าน

ห่วงกลุ่มเปราะบาง! "พิธา" ติงตัดงบสวัสดิการ 3.5 หมื่นล้าน

รูปข่าว : ห่วงกลุ่มเปราะบาง! "พิธา" ติงตัดงบสวัสดิการ 3.5 หมื่นล้าน

"พิธา" หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้อ่านงบปี 65 จำนวน 2 ลัง 20,000 หน้า เชื่อไทยไร้ความหวังหลุดภาวะวิกฤตโรค เศรษฐกิจ และสังคม ติงตัดงบสวัสดิการ 35,000 ล้านบาทไม่ตอบโจทย์ ห่วงกลุ่มเปราะบาง ทั้งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ชวนคว่ำงบปี 65 วอนอย่าเป็นแค่ลิเกโรงใหญ่

วันนี้ (2 มิ.ย.2564)  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามว่าการตั้งงบ 3.1 แสนล้านบาท จะนำพาประชาชนพ้นออกจากวิกฤตได้หรือไม่ และสามารถพูดกับประชาชนได้ปีนี้จะดีว่าว่าจะพ้นจากสถานการณ์ COVID-19 ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ปัญหาคนตกงาน กำลังจะดีขึ้นจริงหรือไม่ เพราะมีงบที่เพียงพอที่พร้อมต่อกรกับทุกสภาพที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามว่าเชื่อว่านับจากนี้อาจจะไม่มีประเทศไทยแบบเดิม หลายสิ่งอาจไม่มี เราต้องมาเก็บซากปรักหักพัง ของประเทศ และหยิบอิฐทีละก้อนมาก่อสร้างประเทศอีกครั้ง และต้องนับหนึ่งในระบบสาธารณสุขในการรับมือโรคระบาด และรับมือเชื้อโรคที่จะเข้ามาท้าทายระบบสาธารณสุข

รวมทั้งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องนับหนึ่งใหม่ พราะเศรษฐกิจกระจุกตัวใน กทม.มากกว่า 45% เมื่อกทม.เป็นอัมพาต ประเทศก็เป็นอัมพาต ไทยเจอภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ก้นเหว ไทยอาจไม่ใช้วิธีการคิดแบบเดิมแล้ว และไม่คิดว่างบแบบเก่า ซ้ำซากจำเจ ไร้จิตนาการ จะทำให้ไทยเดินหน้าต่อไปได้

จากการอ่านงบฯ 2 ลัง 20,000 หน้ากระดาษ บอกได้คำเดียวว่าไม่มีความหวัง ไม่มีทางที่ไทยจะหลุดจากภาวะวิกฤต และความอึดอัด และความทรมาน ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีการทำงบแบบถอนรากถอนโคน เพื่อให้ไทยพ้นวิกฤต ดังนั้นไทยจะฟื้นหรือฟุบ จึงวัดกันกับงบฉบับนี้

ชี้รัฐตัดงบสวัสดิการ 3.5 หมื่นล้าน

นายพิธา ระบุอีกว่า อีกคำถามคือประเทศต้องการจัดงบแบบไหนที่ทำให้ประชาชนมีความหวัง ถ้าพรรคก้าวไกล จัดทำงบจะต้องเอาประชาชนเป็นหนึ่ง หลักคิดที่ เริ่มจากกลุ่มเปราะบางที่สุดในสังคมไทย พรรคจะคิดเด็กที่หิวโหย คนแก่ที่เจ็บป่วยแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำงานเพื่อเลี้ยงลูก และร่างจากฐานคิดที่จะโอบอุ้มคนเหล่านี้ เพื่อฟื้นฟูประเทศ แต่ในความเป็นจริง อิฐก้อนแรกที่เป็นรากฐานสำคัญคืองบสวัสดิการ 3.5 หมื่นล้านบาทที่รัฐบาลตัดออกไป

โดยอิฐก้อนแรกคือ คนชรา ที่ตอนนี้ได้รับเดือนละ 600 บาท และไทยกำลังเข้าสังคมผู้สูงวัยเต็มรูป และเสนอให้คนชราต้องได้สวัสดิการทุกคนถ้วนหน้าในอัตราที่มากกว่าเส้นความยากจน ไม่ใช่ผู้อนาถาที่รัฐมองเป็นแบกภาระที่ต้องช่วยเหลือ

ส่วนอิฐก้อนที่ 2 เด็กปฐมวัย ซึ่งจากข้อมูลของสภาพัฒน์ฯพบว่าเด็กไทย 1 ใน 5 คน ยังยากจน และสวัสดิการเด็กต้องถ้วนหน้าไม่ให้ใครตกหล่น และรัฐประกาศไปตั้งปีก่อนประกาศว่าใช้งบ 30,000 ล้านบาท ในการจัดสวัสดิการ แต่ปีนี้ยังจัดมา 17,000 ล้านบาท

วิกฤต COVID-19 ทำให้เด็กมีพัฒนาลดลง และเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และสิ่งที่รับไม่ได้คือรัฐไม่แยแสกับต่อวิกฤตทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ถูกตัดงบลดลง 400 ล้านบาท หมายความว่าเด็ก 700,000 คนจะไม่ได้รับการช่วยเหลือในปีนี้ อยากถามว่าคนจัดงบจะข่มตาหลับได้อย่างไร

เจอกับตาคนไทยมีสิทธิรักษาชีวิตไม่เท่าเทียม 

นายพิธา กล่าวว่า ส่วนอิฐก้อนที่ 4 ด้านสาธารณสุข รัฐต้องเตรียมวัคซีนไม่ใช่แค่ 2 เข็มแต่ต้อง 3 เข็ม และจากการลงพื้นที่ชุมชนแออัดพบว่าคนไทยมีสิทธิในการรักษาชีวิตไม่เท่าเทียมกัน เจอแม่คนหนึ่งต้องนอนระเบียงนอกบ้านเพื่อไม่ให้ลูกของตัวเองติดเชื้อ จะไปโรงพยาบาลก็ไม่มีทางไปและต้องประสานหารถพยาบาลมารับ จึงอยากตั้งคำถามว่าประเทศไทยจะฟื้นจากประเทศอย่างไร

หากงบกระทรวงสาธารณสุข 4,000 ล้านบาท และงบบัตรทอง อีก 2,000 ล้านบาท ทั้งที่คาดมีคนตกงาน และที่มีคนหลุดจากระบบประกันสังคมเข้ามาใช้บัตรทองมากขึ้น แทนที่จะขยับเพดานให้คนธรรมดา กับเพดานข้าราชการไม่แตกต่างกัน

ชวนคว่ำงบปี 65 -วอนอย่าเป็นแค่ลิเกโรงใหญ่

เมื่อรัฐสวัสดิการสร้างให้คนเข้มแข็ง และมีตาข่ายทางสังคมรองรับในยามวิกฤต ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง มีกำลังทำมาหากิน และพร้อมทำงาน เรื่องนี้ไม่ใช่สังคมสงเคราะห์ แต่เป็นสิทธิในฐานะที่เกิดมาเป็นคนไทย บนผืนแผ่นดินไทย ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงการรักษาพยาล การศึกษาและทำมาหากินอย่างเท่าเทียมกัน

นายพิธา กล่าวอีกว่า อยากฝากไปยังพรรคร่วมรัฐบาล ว่าที่ทุกคนร่วมอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์การตัดงบสาธารณสุข งบศึกษาธิการ สวัสดิการต่าง ๆ ถ้าท่านอยากได้งบคืนให้ประชาชนของท่าน ข้อเสนอระยะสั้นคือ ส.ส.ต้องร่วมกันคว่ำร่างงบ 65 เพื่อจะได้ใช้งบ 64 ไปพลางก่อน

อภิปรายมา 2 วัน 3 คืน เป็นเพียงลิเกโรงใหญ่ ได้ยินแว่วๆ หลังจากอภิปรายวิพากษ์มา 3 วัน ก็ยังจะลงมติเห็นชอบ แสดงให้เห็นว่าเป็นลิเกโรงใหญ่ ท่านอภิปรายอย่างกับราชสีห์ แต่ลงคะแนนอย่างกับหนูในฐานะหัวหน้าพรคก้าวไกลไม่อาจรับรองให้งบ 65 ฉบับนี้ผ่านไปได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ศุภชัย" ปูดน้อยใจนายกฯ - อัดจัดงบฯ บนหอคอย ไม่เห็นใจชาวบ้าน

กลาโหม ยืนยัน 4 ปี เหตุรุนแรงลดลง จัดงบฯ ชายแดนใต้ไม่ซ้ำซ้อน

"อนุพงษ์" รับ อปท.ซื้อวัคซีนได้ แต่ต้องอยู่ในแผน ศบค.

 

 

กลับขึ้นด้านบน