กรมศิลปากร ห่วงสถานีรถไฟความเร็วสูงกระทบมรดกโลกอยุธยา

กรมศิลปากร ห่วงสถานีรถไฟความเร็วสูงกระทบมรดกโลกอยุธยา

กรมศิลปากร ห่วงสถานีรถไฟความเร็วสูงกระทบมรดกโลกอยุธยา

รูปข่าว : กรมศิลปากร ห่วงสถานีรถไฟความเร็วสูงกระทบมรดกโลกอยุธยา

กรมศิลปากร กังวลสถานีรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กระทบมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา พบไม่มีการสำรวจผลกระทบโบราณสถานริมทางรถไฟในรายงานอีไอเอ ที่อนุมัติเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2560 แนะย้ายตั้งสถานีรถไฟ -เบี่ยงใช้เส้นทางอื่น คำนึงถึงบริบทมรดกทางวัฒนธรรม

วันนี้ (4 มิ.ย.2564) นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า หลังจากที่กรมศิลปากรได้ชี้แจงว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ในโครง การรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ซึ่งมีส่วนเข้าใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยาไปแล้วนั้น 

กรมศิลปากร ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า เมื่อเดือน ธ.ค.2561 สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ได้เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมด้านโลจิสติกส์และการคมนาคม เพื่อรองรับการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูง และศูนย์ซ่อมบำรุงและควบคุมการเดินรถจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในจังหวัด

ภาพ:กรมศิลปากร

ภาพ:กรมศิลปากร

ไม่พบสำรวจผลกระทบในรายงานอีไอเอ

ในการประชุมครั้งนั้น บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารสถานีอยุธยาและพื้นที่โดยรอบ ผู้แทนสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ได้พิจารณาเห็นว่าโครงการฯ
มีงานก่อสร้างอาคารสถานีขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 45 เมตร และอยู่ในเกณฑ์ที่อาจทำให้เกิดผลกระทบกับโบราณสถานและมรดกโลกอยุธยา จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าทางบริษัทที่ปรึกษาฯ ต้องสำรวจผลกระทบต่อโบราณสถานที่อยู่ริมทางรถไฟก่อนการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาฯ ได้แจ้งตอบในการประชุมว่า มีการอนุมัติอีไอเอแล้วตั้งแต่ 6 ก.ค.2560 

คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม และสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีการส่งรายงานสำรวจอีไอเอ มายังสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา 

สำหรับอาคารสถานีอยุธยา บริษัทฯ ชี้แจงว่าจะสร้างอาคารใหม่คร่อมอาคารหลังเก่า และปรับปรุงเป็นศูนย์ข้อมูล หรือพิพิธภัณฑ์ จึงเป็นครั้งแรกที่กรมศิลปากรได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงยกระดับและสถานีขนาดใหญ่ รวมทั้งการจัดทำแนวทางการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่ง หลังจากนั้นจึงเป็นการหารือรายละเอียดการก่อสร้างระหว่างกรมศิลปากรและบริษัทที่ปรึกษาฯ

ภาพ:กรมศิลปากร

ภาพ:กรมศิลปากร

แนะออกแบบสถานีลดกระทบมรดกโลก

นายประทีป กล่าวอีกว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2562 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการศึกษาพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ขอเข้าหารือกับกรมศิลปากร ในประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับขนาดของอาคารสถานีที่มีความสูง และใหญ่เกินความจำเป็นต่อการใช้งาน รวมทั้งมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่เกาะเมือง จึงอาจส่งผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกได้ จึงขอให้กรมศิลปากรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปรับปรุงรูปแบบอาคารให้กระทบต่อแหล่งมรดกโลกน้อยที่สุด 

ทั้งนี้ กรมศิลปากร ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานติดตามแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยาโดยตรง และทำหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2563 แจ้งว่าพื้นที่โครงการอยู่ในเขตโบราณสถาน และอยู่ใกล้เขตมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา

ภาพ:กรมศิลปากร

ภาพ:กรมศิลปากร

แนะย้ายที่ตั้งสถานีรถไฟ-ห่วงมรดกโลก

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขอให้มีการพิจารณาทางเลือกในการออกแบบสถานีที่เหมาะสมอีกครั้ง เช่น ปรับลงเป็นทางลอดใต้ดิน หรือเบี่ยงไปใช้เส้นทางใหม่ หรือย้ายที่ตั้งสถานี และไม่เห็นด้วยกับรูปแบบสถานีที่มีการนำเสนอ โดยขอให้การรถไฟส่งรายละเอียดรูปแบบราง และอาคารสถานีในแนวเส้นทางรถไฟตลอดทั้งเส้นให้กรมศิลปากรตรวจสอบพิจารณา รวมทั้งขอให้มีนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกเพื่อทราบต่อไป

ต่อมาวันที่ 6 ต.ค.2563 รองปลัดกระทรวงคมนาคม รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้แทนกรมการขนส่งทางราง ได้เข้าหารือกับอธิบดีกรมศิลปากร เกี่ยวกับการก่อสร้างสถานีอยุธยาของโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา

กรมศิลปากร เสนอว่าโครงการรถไฟความเร็วสูง มีส่วนเข้าใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยา จึงควรให้ความสำคัญต่อบริบทความเป็นมรดกโลกของพื้นที่ และร่วมกันพิจารณาหาทางเลือกในการออกแบบสถานีที่เหมาะสมร่วมกัน และต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม (HIA) ต่อแหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งจัดทำการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน ตามความจำเป็น

 

กลับขึ้นด้านบน