ทอท.ตั้งอุปกรณ์ “เช็กอิน-โหลดกระเป๋า” อัตโนมัติ ลดเสี่ยงโควิด

ทอท.ตั้งอุปกรณ์ “เช็กอิน-โหลดกระเป๋า” อัตโนมัติ ลดเสี่ยงโควิด

ทอท.ตั้งอุปกรณ์ “เช็กอิน-โหลดกระเป๋า” อัตโนมัติ ลดเสี่ยงโควิด

รูปข่าว : ทอท.ตั้งอุปกรณ์ “เช็กอิน-โหลดกระเป๋า” อัตโนมัติ ลดเสี่ยงโควิด

ทอท.ตั้งอุปกรณ์ อัพเกรดระบบ “เช็กอิน-โหลดกระเป๋า-ตรวจบัตรโดยสาร” อัตโนมัติ เลี่ยงสัมผัสเจ้าหน้าที่สนามบิน เพื่อลดความเสี่ยง COVID-19 พร้อมรับเปิดน่านฟ้า เตรียมนำร่องทดลองใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิจำนวน 180 เครื่อง คาดใช้เต็มรูปแบบ ก.ค.นี้

วันนี้ (4 มิ.ย.2564) นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID-19) นั้น ทอท.จึงได้ติดตั้งอุปกรณ์และพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน (AOT Airports App)รองรับการเช็กอิน การโหลดกระเป๋า และการตรวจบัตรโดยสารผ่านอุปกรณ์อัตโนมัติ ซึ่งผู้โดยสารสามารถดำเนินได้ด้วยตนเองเพื่อลดการสัมผัสเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ทอท.จะเริ่มทดลองการติดตั้งอุปกรณ์จำนวน 180 เครื่อง และใช้งานระบบการให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบตั้งแต่ ก.ค. 2564 เป็นต้นไป ก่อนที่จะขยายไปยัง 5 ท่าอากาศยานที่เหลือในการกำกับดูแลของ ทอท.ต่อไป

 

สำหรับการดำเนินการดังกล่าวนั้น ทอท.ได้รับการสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบทั้ง 3 ส่วน จากข้อมูลของสายการบินที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงหน่วยงานรัฐบาล อาทิ ฐานข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, หน่วยงานด้านความมั่นคง และกระทรวงมหาดไทย ในการพิสูจน์บุคคลเพื่อเป็นการเว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19

อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการและสร้างความมั่นใจในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร รวมถึงยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับการเปิดน่านฟ้าในอนาคตอีกด้วย

นายนิตินัย กล่าวต่ออีกว่า การเช็กอินของผู้โดยสารนั้น แบ่งเป็น 1.ผู้โดยสารที่ไม่มีสัมภาระ สามารถเช็กอินได้ด้วยตนเอง ด้วยระบบ Self Check-in (Kiosk) ที่เชื่อมต่อกับ AOTs Applications หรือผู้โดยสารสามารถเช็กอินจากที่บ้านก่อนการเดินทางมายังสนามบิน

 

2.กรณีที่ผู้โดยสารต้องโหลดสัมภาระ ซึ่งตามปกติแล้วนั้นผู้โดยสารจะต้องไปที่เคาน์เตอร์ของสายการบินและมีใบอนุญาตผ่านขึ้นเครื่อง (บอร์ดดิ้ง พาส) แต่หลังจากนี้บริเวณจุดตรวจบัตรโดยสารจะใช้ระบบรักษาความปลอดภัยจากเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล (Biometric Security System) ในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลซึ่งจะมีการถ่ายภาพใบหน้าโดยจะเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยงข้อง

นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้โดยสารมีสัมภาระนั้นจะมีการติดตั้งระบบเครื่องโหลดสัมภาระแบบบริการตนเอง (Self-Service Luggage Loader) ซึ่งหากสัมภาระนั้นมีน้ำหนักเกินที่กำหนดสามารถชำระด้วยบัตรเครคิต ณ จุดนั้นได้ โดยไม่ต้องเสียเวลากลับไปยังเคาน์เตอร์สายการบิน

ขณะที่ก่อนขึ้นเครื่องบินซึ่งตามปกติจะใช้การตรวจบัตรประชาชนของผู้โดยสารแต่ในอนาคตจะใช้การสแกนใบหน้าซึ่งเป็นระบบไบโอเมตริกแทน ทั้งนี้ จะช่วยลดระยะเวลาและเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19

 

 

กลับขึ้นด้านบน