ร้านอาหารปรับตัวสู้โควิด

ร้านอาหารปรับตัวสู้โควิด

ร้านอาหารปรับตัวสู้โควิด

รูปข่าว : ร้านอาหารปรับตัวสู้โควิด

นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด แนะผู้ประกอบการร้านอาหารต้องมีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ COVID-19 และบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดค่าใช้จ่าย และสร้างความเชื่อมั่น โดยปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันของรัฐ

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2564 ร้านอาหารย่านตลิ่งชัน ต้องปรับตัวมาขายผลไม้ อาหารแปรรูป รวมไปถึงการขายผ่านแอปพลิเคชัน ฟู้ดเดลิเวอรี หลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 แม้ว่ารัฐจะผ่อนคลายมาตรการให้นั่งกินในร้านได้ แต่ยังคงจำกัดพื้นที่ในไม่เกินร้อยละ 25 และจำกัดเวลาที่ 21.00 น.

น.ส.ประภัสสร รังสิโรจน์ นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด เปิดเผยว่า สมาชิกสมาคม ประมาณ 1,000 ราย ล้วนได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ยอดขายลดลงเหลือเพียงร้อยละ 30 และหลายรายขาดสภาพคล่อง และเห็นว่าสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจร้านอาหารอยู่รอดได้ ผู้ประกอบการจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าร้านอาหารเป็นสถานที่ปลอดภัยและมีมาตรการป้องกันการระบาดอย่างเข้มงวด

ขณะเดียวกัน ร้านจะต้องมีความยืดหยุ่นปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ และบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดค่าใช้จ่ายจะทำให้สามารถประคองการจ้างงานไว้ได้

นอกจากนี้ ยังขอให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ใช้โอกาสในช่วงที่ยังมีลูกค้า พัฒนาทักษะการให้ความรู้กับลูกจ้างในด้านต่างๆ เพื่อต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ เช่น การใช้โซเชียลมีเดียในการประชาสัมพันธ์ร้าน การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี เป็นต้น

สำหรับผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดโครงการ “จับคู่กู้เงิน” เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไปจนถึง 20 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร และภัตตาคาร ที่มีอยู่กว่า 120,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู (Soft Loan) ที่ดำเนินการผ่านสถาบันการเงิน โดยได้ร่วมมือกับสถาบันบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ในการปล่อยเงินกู้เป็นกรณีพิเศษ เช่น ดอกเบี้ยต่ำ และเงื่อนไขพิเศษ ปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยไม่ต้องปิดกิจการ หรือปลดลูกจ้าง

ขณะนี้ผู้ประกอบการที่ยื่นขอสินเชื่อยังมีจำนวนไม่มาก ผู้สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ ที่กระทรวงพาณิชย์ หรือจะยื่นผ่านสาขาธนาคารได้ และหากต้องการคำปรึกษาสมาคมติดต่อสมาคมได้

 

 

กลับขึ้นด้านบน