ป.ป.ช.จับมือ ตร.พัฒนางานสอบสวน-แลกข้อมูล เดินหน้าปราบทุจริต

ป.ป.ช.จับมือ ตร.พัฒนางานสอบสวน-แลกข้อมูล เดินหน้าปราบทุจริต

ป.ป.ช.จับมือ ตร.พัฒนางานสอบสวน-แลกข้อมูล เดินหน้าปราบทุจริต

รูปข่าว : ป.ป.ช.จับมือ ตร.พัฒนางานสอบสวน-แลกข้อมูล เดินหน้าปราบทุจริต

ป.ป.ช. จับมือ ตำรวจ ประสานความร่วมมือทำงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล เทคนิค ความรู้ ฯลฯ เพื่อเดินหน้าปราบปรามทุจริต ทั้งงานสอบสวน การจับกุม ควบคุมตัว ผู้เกี่ยวข้อง

วันนี้ (10 มิ.ย.2564) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้จัดการประชุมประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561

โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมร่วมกัน

ทั้งนี้ ผู้บริหารของสำนักงาน ป.ป.ช. และ สตช. ได้หารือร่วมกัน เกี่ยวกับการประสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนบรรลุวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของกฎหมาย

 

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมเพื่อหารือถึงความร่วมมือของสองหน่วยงาน เช่น เรื่องการดำเนินการตามหมายจับ เรื่องการส่งสำนวนให้กับพนักงานสอบสวน ระบบข้อมูลสารสนเทศ

การเชื่อมโยงข้อมูลกันระหว่าง ป.ป.ช. กับ สตช. การร่วมมือกันในการติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ ตามที่ ป.ป.ช.ขอให้ตำรวจออกหมายจับให้

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเรื่องที่ ป.ป.ช.ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อตามกฎหมาย เขาจะต้องส่งกลับมาให้ ป.ป.ช. เพื่อให้ ป.ป.ช.ดูว่า การทำงานต่างๆ เป็นไปตามความเหมาะสมหรือไม่

และต้องมาลงในรายละเอียดกันว่า ป.ป.ช.มอบพนักงานสอบสวนไปแล้ว ในส่วนของจังหวัดใด อำเภอไหน ภาคไหน หรือ สถานีตำรวจภูธรไหน จะต้องมีระบบในการติดตามกรณีกล่าวหาต่างๆ

นอกจากนี้ ยังหารือกันถึงเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรรม ทั้งนี้ จะต้องมีการสร้างระบบการเชื่อมโยงข้อมูลภายใน ของทั้งสองหน่วยงาน เหมือนกับที่ในปัจจุบัน ป.ป.ช.เชื่อมโยงข้อมูลกับอัยการ ศาล

วันนี้ต้องมาเพิ่มความเชื่อมโยงข้อมูลกับตำรวจ เพื่อให้ครบวงจรของการส่งเรื่องไปให้ตำรวจ หรือตำรวจส่งกลับมา ป.ป.ช. หรือตำรวจส่งฟ้องไปยังอัยการ หรืออัยการส่งฟ้องไปยังศาล

ซึ่งหากครบวงจรแล้วจะสามารถติดตามข้อมูลการทุจริตได้อย่างเป็นระบบ สามารถนำข้อมูลต่างๆ มาประมวลได้ เช่น เรื่องที่ ป.ป.ช.ไต่สวนเสร็จแล้ว หรือพนักงานสอบสวนสอบสวนเสร็จแล้วได้ส่งฟ้องและสั่งฟ้องกี่เรื่อง หรืออัยการสั่งฟ้องและไม่สั่งฟ้องกี่เรื่อง ศาลตัดสินและยกฟ้องกี่เรื่อง จะได้มีข้อมูลทั้งระบบ

นายนิวัติไชย กล่าวว่า ทาง ผบ.ตร.เสนอแนะต่อ ป.ป.ช.ว่าจะร่วมฝึกอบรม ในเรื่องการสอบสวน เพิ่มเติมประสิทธิภาพและเทคนิคของพนักงาน เช่น การแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ไปฝึกอบรมการสอบสวน หรือทาง ป.ป.ช.ให้พนักงานสอบสวนมาร่วมฝึกเรื่องการไต่สวนในคดีทุจริต เพื่อจะได้รู้ว่าเรื่องคดีทุจริตนั้น การไต่สวนจะต้องไต่สวนใคร อย่างไร เป็นการเพิ่มองค์ความรู้

รวมไปถึงเรื่องระเบียบพัสดุ จัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบวิธีปฏิบัติ กฎหมายปราบทุจริต ซึ่งทาง ป.ป.ช.สามารถถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้ได้ ส่วนเรื่องการสอบสวน พนักงานสอบสวนจะได้อบรมการสอบสวนให้แก่พนักงาน ป.ป.ช. เป็นการแลกเปลี่ยนกันในเชิงเทคนิค เพื่อพัฒนาบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน

นายนิวัติไชย กล่าวว่า ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เห็นชอบในการประสานความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน จึงได้ให้ประสานความร่วมมือไปยัง สตช. ซึ่งทาง สตช.ยินดีที่จะให้ความอนุเคราะห์ตามที่ ป.ป.ช.เสนอ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานในการเชื่อมโยงการทำงาน เช่น การควบคุมตัว การฝากขัง และจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการประสานงานความร่วมมือระหว่าง ป.ป.ช.กับ สตช. ในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ป.ป.ช.

กลับขึ้นด้านบน