นายกฯ ชี้แจง ส.ว.ออก พ.ร.ก.เงินกู้ เยียวยา-ฟื้นฟูโควิด

นายกฯ ชี้แจง ส.ว.ออก พ.ร.ก.เงินกู้ เยียวยา-ฟื้นฟูโควิด

นายกฯ ชี้แจง ส.ว.ออก พ.ร.ก.เงินกู้ เยียวยา-ฟื้นฟูโควิด

รูปข่าว : นายกฯ ชี้แจง ส.ว.ออก พ.ร.ก.เงินกู้ เยียวยา-ฟื้นฟูโควิด

นายกรัฐมนตรี ชี้แจง ส.ว.ออก พ.ร.ก.เงินกู้ 500,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชน และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ย้ำแผนวัคซีน 100 ล้านโดสภายในปีนี้ สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ใน มี.ค.2565 ยืนยันรัฐบาลไม่เคยปิดกั้นนำเข้าวัคซีน

วันนี้ (14 มิ.ย.2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงการตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในสถานการณ์ COVID-19 วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ต่อที่ประชุมวุฒิสภา

โดยย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการกู้เงิน เพื่อสถานการณ์ COVID-19 ทั้งการเยียวยาประชาชน และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการระบาดในระลอกที่ 3 คาดว่าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้ร้อยละ 1.5-2.5

ส่วนงบประมาณสำหรับระบบสาธารณสุข คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้วกว่า 44,700 ล้านบาท ทั้งสำหรับค่าวัคซีน, เงิน อสม., อุปกรณ์การแพทย์ และรถตรวจชีวนิรภัยเพิ่มเติม เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงถึงแผนการบริหารที่ผ่านมาว่า ในปี 2564 รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถกระจายวัคซีนได้กว่า 100 ล้านโดส เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายในเดือน มี.ค.2565 ซึ่งขณะนี้ สามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้แล้วกว่า 6 ล้านโดส

สำหรับการกระจายวัคซีนสู่ประชาชน จะต้องคำนึงถึงจำนวนวัคซีนที่ประเทศไทยมี โดยจะต้องพิจารณาจากปัจจัยเบื้องต้นว่าทุกจังหวัดจะต้องได้รับวัคซีน จังหวัดใดจะมีการแพร่ระบาดมาก ก็ต้องกระจายวัคซีนให้มากขึ้น

และสำรองไว้สำหรับการป้องกันการระบาดที่อาจมีขึ้น เช่น กลุ่มแรงงาน หรือบุคลากรครูที่จะมีการเปิดภาคการศึกษา แต่ปัญหาขณะนี้ คือการจับจองวัคซีนของประชาชนมากกว่าจำนวนวัคซีนที่จ่ายให้แต่ละพื้นที่ และจำนวนวัคซีนทยอยแบ่งมาจากผู้ผลิต

ดังนั้น การกระจายวัคซีน จะต้องมีการปรับแผน เพื่อไม่ให้การนัดฉีดวัคซีนของประชาชน มีจำนวนมากกว่าวัคซีนที่มี จึงต้องยืดระยะเวลา เพื่อให้สอดรับกับจำนวนวัคซีนที่มี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาการระบาด COVID-19 มีปัญหาการเมืองเข้ามาแทรกทั้งหมด ทั้งการสร้างการรับรู้ และการบิดเบือน แต่ให้ความเคารพทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล และพยายามแก้ปัญหา และจัดหาวัคซีนให้ได้ถึงปีหน้า

พร้อมย้ำว่า มีการเจรจาจัดซื้อต่อเนื่อง และตระหนักว่าการฉีดวัคซีน จะต้องฉีดให้ทุกคน และทุกปีเหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่เคยมีการปิดกั้นการขึ้นทะเบียนวัคซีน แต่จะต้องเป็นบริษัทที่เป็นตัวแทนในประเทศไทย มาขึ้นทะเบียนต่อ อย. เพื่อขึ้นทะเบียน และการจัดซื้อ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชน ซึ่งวัคซีนไฟเซอร์ อยู่ระหว่างการต่อรองเงื่อนไขสัญญา จำนวน 20 ล้านโดส คาดว่าจะได้ในไตรมาส 3

เช่นเดียวกับวัคซีนจอห์นสัน แอนด์จอห์นสัน จำนวน 5 ล้านโดส รวมถึงวัคซีนโมเดอร์นา, ซิโนฟาร์ม และสปุกนิค-วี โดยจะต้องมีบริษัทที่มาขึ้นทะเบียนในประเทศไทย เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้แทงม้าตัวเดียวจัดซื้อวัคซีนเพียงชนิดเดียว แต่แทงทั้งวิน ทั้งเพรส

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการออกมาตรการเยียวยาประชาชนว่า เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และไม่เคยหาเสียงจากนโยบายคนละครึ่ง โดยส่งเงินตรงถึงมือประชาชน

ในช่วงท้ายการชี้แจงของนายกรัฐมนตรี ได้ถาม ส.ว.ว่า มีใครไม่เชื่อมั่นตนหรือไม่ ขอให้ยกมือ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือ นายกรัฐมนตรี จึงกล่าวว่า ก็ไม่มีอีก ตนบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว

และเคารพมาตลอด 5 ปี 7 ปี ไม่เคยบังคับท่าน ไม่เคยยุ่งกับท่าน เชื่อในวุฒิภาวะของท่าน ภายใต้พื้นฐานความเข้าใจซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญคือการแก้ไขปัญหาที่พะรุงพะรังมาโดยตลอด และยังยืนยันด้วยว่าจะอยู่ทำหน้าที่ครบเทอม

ผมก็โดนไล่ทุกวัน ยิ่งไล่ผมยิ่งสู้ โอเคไหม ใครจะสู้กับผม ไม่มีเลยหรือ ผมรู้ว่าท่านส่งใจให้ผมทุกคนอยู่แล้ว ขอบคุณครับ

ทั้งนี้ ระหว่างตอบคำถามสมาชิก ส.ว. มีจดหมายจาก พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธาน ส.ว. ที่ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ระบุว่า ขอให้เป็นการอภิปรายก่อน อย่าพึ่งซักถาม

นายกรัฐมนตรี จึงบอกว่า "เขาไล่ผมแล้ว เห็นได้เลยว่าไม่มีพวกกันในนี้ ก่อนจะถาม ส.ว.ว่า มีใครไม่เชื่อมั่นตนบ้างให้ยกมือขึ้น" ซึ่ง ส.ว.ได้แต่หัวเราะนายกรัฐมนตรี จึงพูดว่า ไม่มีอีก ตนปฏิบัติหน้าที่มา 5 ปี 7 ปี ก็ไม่เคยมายุ่ง ผมเคารพท่านตลอด

 

กลับขึ้นด้านบน