นายกฯ ขอโทษเลื่อนฉีดวัคซีน ย้ำจัดหาครบ 100 ล้านโดสปีนี้

นายกฯ ขอโทษเลื่อนฉีดวัคซีน ย้ำจัดหาครบ 100 ล้านโดสปีนี้

นายกฯ ขอโทษเลื่อนฉีดวัคซีน ย้ำจัดหาครบ 100 ล้านโดสปีนี้

รูปข่าว : นายกฯ ขอโทษเลื่อนฉีดวัคซีน ย้ำจัดหาครบ 100 ล้านโดสปีนี้

นายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แจงรายละเอียดแผนจัดหาวัคซีน ขอเชื่อมั่นจัดหาวัคซีนครบตามเป้า 100 ล้านโดสในปีนี้ หลังหลายจังหวัด-สถานพยาบาลเลื่อนฉีดวัคซีน

วันนี้ (15 มิ.ย.2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่าน เพจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha โดยมีสาระสำคัญระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. ที่ไทยคิกออฟการฉีดวัคซีน จนถึงวันนี้ฉีดแล้วกว่า 2 ล้านโดส ภายใน 1 สัปดาห์ โดยภาพรวมกระจายวัคซีนทั่วประเทศกว่า 7 ล้านโดส และฉีดวัคซีนแล้วกว่า 6.5 ล้านโดส นับเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มที่ของเจ้าหน้าที่ทุกจุดบริการ ซึ่งขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง คือการจัดสรรวัคซีนไปยังจุดบริการอย่างทั่วถึงและพอเพียง ซึ่งเป็นสิ่งตนเองให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ประชาชนอาจได้รับฟังจากข่าวหรือการประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนจากโรงพยาบาล อาจทำให้เกิดความไม่สบายใจ และเข้าใจว่าภาครัฐไม่ได้จัดสรรวัคซีนอย่างเพียงพอ หรือภาครัฐไม่ได้มีการประสานงานกันอย่างดีพอ

ข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตนเองได้รับทราบทุกเรื่อง และขอเรียนอย่างจริงใจว่า ปัญหาเหล่านี้ทำให้ตนเองไม่สบายใจอย่างยิ่ง และพยายามหาทางแก้ไขทุกวัน โดยสั่งการไปยังผู้รับผิดชอบเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งขอชี้แจงว่าแต่ละหน่วยงานแบ่งความรับผิดชอบ ดังนี้

ลำดับที่ 1 ศบค.เป็นองค์กรสูงสุด รับผิดชอบการกำหนดนโยบายและหลักการจัดสรรวัคซีน โดยทุกจังหวัดจะต้องได้รับวัคซีนตามสัดส่วนจำนวนประชากร และเพิ่มเติมให้กับจังหวัดที่มีสถานการณ์ระบาด รวมทั้งเพิ่มเติมกลุ่มบุคคลที่มีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การศึกษา และอื่นๆ

ลำดับที่ 2 หน่วยงานหลักที่รับนโยบายจาก ศบค. คือ กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้กำหนดว่าวัคซีนที่ได้รับในแต่ละรอบ จะส่งไปแต่ละจังหวัดในจำนวนเท่าใด และเร่งจัดส่งวัคซีนรอบนั้นไปทั่วประเทศในทันทีโดยไม่รอช้า

ลำดับที่ 3 ความรับผิดชอบของแต่ละจังหวัดที่จะกำหนดว่าแต่ละโรงพยาบาลและจุดฉีดในจังหวัด จะได้รับวัคซีนเป็นจำนวนเท่าใด และจัดส่งให้อย่างรวดเร็ว โดยพยายามต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่มี จนกว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีนในรอบต่อไป ให้เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด เนื่องจากวัคซีนของที่ได้รับทยอยมาเป็นรอบ ไม่ใช่ได้มาครั้งเดียว 6 ล้านโดส หรือ 10 ล้านโดส ตั้งแต่ต้นเดือน อย่างไรก็ตามส่วนกลางจะส่งออกทันทีที่ได้รับวัคซีน

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำถึงหลักการหรือที่เรียกว่า “สูตร” การจัดสรรวัคซีนดังนี้

1.เมื่อมีวัคซีนเข้ามา กระทรวงสาธารณสุข ต้องส่งให้ทุกจังหวัดทันที โดยไม่มีจังหวัดใดที่ไม่ได้วัคซีนเพิ่มเติมในแต่ละรอบ ซึ่งในอนาคตอาจยกเว้นจังหวัดที่ได้ครบตามเป้าแล้ว หรือบางจังหวัดที่ ศบค. พิจารณาว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน

2.จำนวนวัคซีนที่นำส่งให้แต่ละจังหวัด ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่นำมาคำนวณ คือ จำนวนประชากร จำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้จองในระบบทั้งหมอพร้อมและระบบของจังหวัด และกลุ่มเฉพาะ เช่น อาชีพเสี่ยง หรือ พื้นที่เศรษฐกิจ

3.หากจำนวนวัคซีนที่ได้รับ คำนวณแล้วไม่เพียงพอต่อการฉีดวัคซีนในช่วงระยะเวลาหรือรอบนั้น ให้แต่ละจังหวัดและจุดฉีดพิจารณาจัดสรรให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเสี่ยงก่อน

และ 4.หากมีความจำเป็นต้องชะลอการฉีดวัคซีนตามกำหนดการเดิม ระหว่างรอการส่งวัคซีนต้องยึดลำดับเดิมไว้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และจัดการฉีดวัคซีนตามลำดับเดิมทันทีที่ได้รับการจัดสรรวัคซีน

"ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายได้มีความพยายาม และดำเนินการอย่างทุ่มเท เพื่อให้บริการกับพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด ซึ่งปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก นั่นคือการนำส่งวัคซีนที่ต้องใช้เวลา ทั้งการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพ ไม่สามารถกำหนดได้แน่นอนทุกครั้ง ว่าจะได้รับวันใด และจะได้รับเป็นรอบ ไม่ใช่ได้ครั้งเดียวจำนวนมาก ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกต่างต้องเจอกับปัญหานี้ทั้งสิ้น"

ทั้งนี้ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบ เพราะมีบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ที่ผลิตวัคซีนของแอสตราเซเนกาตั้งอยู่ในประเทศไทย ทำให้การขนส่งทำได้อย่างรวดเร็ว อีกปัจจัยหนึ่งคือการปรับแผนการฉีดวัคซีนตามสถานการณ์ ทำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงอย่างกรุงเทพมหานคร ได้เริ่มฉีดเพื่อควบคุมการระบาด และเพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจทำให้กระทบกับผู้ที่ลงทะเบียนไว้ก่อนบางส่วน

นอกจากนั้นภารกิจครั้งนี้ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก มีผลกระทบต่อผู้ที่อยู่ในประเทศไทยทั้ง 70 ล้านคน จึงอาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ทั้งหมด

"ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการ ศบค. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในสงครามโควิดครั้งนี้ ต้องขออภัยพี่น้องประชาชน ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และขอเป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด ซึ่งผมได้ทำอยู่ทุกวัน ตลอดเวลา เพราะนี่คือวาระแห่งชาติ ที่เราจะต้องร่วมใจกันทุกฝ่ายในการดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จ"

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ปัญหาอุปสรรคอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในระยะแรกที่วัคซีนยังมีจำกัด ทำให้กระทบต่อการจัดการ แต่จากการวางแผนของรัฐบาลในการจัดหาวัคซีนล่วงหน้า ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับวัคซีนเข้ามาอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ และขอเรียนย้ำว่ารัฐบาลได้จัดหาวัคซีนอย่างเพียงพอต่อคนในประเทศไทยทุกคน ขณะนี้สามารถจัดหาวัคซีนเป็นไปตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส สำหรับประชาชน 50 ล้านคนหรือร้อยละ 70 ของประชากรภายในสิ้นปีนี้ และจะดำเนินการจัดหาเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า

กลับขึ้นด้านบน