ศบค.มท.แจ้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดพิจารณาฉีดวัคซีนให้ไทยเบฟฯ

ศบค.มท.แจ้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดพิจารณาฉีดวัคซีนให้ไทยเบฟฯ

ศบค.มท.แจ้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดพิจารณาฉีดวัคซีนให้ไทยเบฟฯ

รูปข่าว : ศบค.มท.แจ้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดพิจารณาฉีดวัคซีนให้ไทยเบฟฯ

ศบค.มท.ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ให้พิจารณาสนับสนุนวัคซีน COVID-19 แก่พนักงานและครอบครัวของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวม 71,445 คน ตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติของแต่ละจังหวัด

วันนี้ (19 มิ.ย.2564) ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เผยแพร่หนังสือด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2564 ลงนามโดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ระบุว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน ได้ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาตของโรคให้กับพนักงาน จำนวน 43,201 คน และครอบครัวของพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 28,244 คน ใน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ สกอ. 600/2564 ลงวันที่ 8 มิ.ย.2564 ที่ส่งมาพร้อมนี้

ศบค.มท.พิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทฯ เป็นภาคเอกชนที่มีภารกิจและโครงสร้างการดำเนินงานในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ COVD-19 ให้กับพนักงานและครอบครัวของพนักงานของบริษัทฯ จึงให้จังหวัดพิจารณาให้การสนับสนุนวัคซีนป้องกัน COVID-19 ตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติของจังหวัดต่อไป ทั้งนี้ ศบค.มท.ได้แจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาสนับสนุนวัคซีนฯ ให้บริษัทฯ ด้วยแล้ว

ขณะที่แหล่งข่าวจากในกระทรวงมหาดไทยยอมรับว่าเป็นเอกสารฉบับจริง พร้อมชี้แจงว่า ที่ผ่านมาก็เคยดำเนินการประสานเรื่องการฉีดวัคซีนให้กับภาครัฐและเอกชนที่ร้องขอการสนับสนุนการฉีดวัคซีน และเป็นไปตามแนวทางการให้บริการวัคซีน COVID-19 แบบปูพรมทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่การแพร่ระบาดตามที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้ออกประกาศไว้

โดยเปิดช่องทางให้บริการผ่านการนัดหมายโดยองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยที่มีความประสงค์จะขอรับวัคซีนให้กับบุคลากร สามารถแจ้งความประสงค์ไปยังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร

ซึ่งในกรณีบริษัทเอกชนเป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้าย 5.2.3 กำหนดว่ากรณีองค์กรขนาดใหญ่ที่มีบุคลากรอยู่ในหลายจังหวัด หรือองค์กรระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานต่างชาติที่ติดต่อผ่านกระทรวงการต่างประเทศ สามารถแจ้งหนังสือมายังอธิบดีกรมควบคุมโรค เพื่อขอรับวัคซีนไปฉีดให้แก่บุคลากรในสังกัด โดยหาสถานพยาบาลรองรับการฉีดเอง

กลับขึ้นด้านบน