“ร.อ.ธรรมนัส” ยืนยันหากชนะเลือกตั้ง เสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ อีกสมัย

“ร.อ.ธรรมนัส” ยืนยันหากชนะเลือกตั้ง เสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ อีกสมัย

“ร.อ.ธรรมนัส” ยืนยันหากชนะเลือกตั้ง เสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ อีกสมัย

รูปข่าว : “ร.อ.ธรรมนัส” ยืนยันหากชนะเลือกตั้ง เสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ อีกสมัย

ประชุมพรรควันแรก “ร.อ.ธรรมนัส” ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ ประกาศพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ไม่ดูด ส.ส.พรรคอื่น-เน้นเฟ้นหาผู้สมัครหน้าใหม่ ไม่โกรธ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ฟ้องคดียาเสพติด เชื่อตรวจสอบตามหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ

วันนี้ (21 มิ.ย.2564) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมการประชุมพรรคครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง โดยระบุว่า ตามที่ประกาศไว้ว่าจะทำให้พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคอันดับ 1 จะต้องดำเนินการในอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะการทำงานตามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ ซึ่งมีเวลาอีก 2 ปี แต่บางส่วนได้ดำเนินการแล้วทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมถึงการสร้างความสามัคคีให้กับสังคมไทย

การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน การเป็นพรรคเดียวที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลจะต้องใช้เวลา สิ่งสำคัญคือครอบครัวพลังประชารัฐจะต้องมีความเข้มแข็ง

ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า การขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค ไม่มีความขัดแย้งระหว่างคนในพรรค ไม่ว่าจะเป็นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอนุชา นาคาศัย, นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งทุกคนที่กล่าวชื่อได้โทรศัพท์คุยกับทุกคนแล้ว อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวสังเกตว่าการประชุมวันนี้ (21 มิ.ย.) ไม่มี ส.ส.กลุ่มสามมิตร เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส เชื่อว่าการปรับโครงสร้างพรรคและการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นคนละเรื่องกัน การปรับโครงสร้างพรรคเป็นอำนาจหัวหน้าพรรค ขณะที่การปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายกฯ ซึ่งส่วนตัวไม่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกัน

ขณะที่การเลือกตั้งในอนาคต พรรคได้เตรียมความพร้อมในการเลือกผู้สมัคร ส.ส.แล้ว ซึ่งเขตใดที่มี ส.ส.ของพรรคอยู่แล้วจะใช้คนเดิม เพราะเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพที่จะดูและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่มี ส.ส.ของพรรค กำลังเฟ้นหาบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาของพรรคจะคัดเลือก

ส่วนกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการทาบทาม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ภาคอีสานมาเป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองมีมารยาทในการเล่นการเมือง และหากจะมี ส.ส.ย้ายพรรคก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของบุคคล ซึ่งจะต้องไม่มีข้อครหาหรือข้อพิพาทระหว่างพรรคการเมือง แต่พรรคจะเน้นการเลือกบุคคลใหม่มากกว่า

พร้อมเสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ อีกสมัย

ทั้งนี้ หากพรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้งและได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้มีความเหมาะสม ประเมินจากสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ เสมือนภาวะสงครามโลกที่ไม่มีใครเหมาะสมกว่านี้ เพราะผู้นำจะต้องมีความเด็ดขาด ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นผู้ดูแลเฉพาะเรื่องนโยบายของพรรค

อนาคตหากพรรคชนะเลือกตั้ง เป็นพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกครั้ง เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ เสมือนสภาวะสงคราม ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่านี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับว่า ได้ตั้งทีมจัดทำนโยบายด้านเศรษฐกิจไว้แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด และผู้รับผิดชอบการจัดทำนโยบายไม่ใช่ ศ.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ตามที่มีการคาดการณ์

ไม่โกรธ “เสรีพิศุทธ์” ฟ้องคดียาเสพติด เหตุเป็นการตรวจสอบตามหน้าที่

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ. ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ยื่นฟ้องคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่ ร.อ.ธรรมนัส เคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษานั้น

ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆ เพราะที่ผ่านมาถูกกระทำตลอด 2 ปี และตนเองได้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ไม่รู้สึกโกรธ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพราะเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร

การเมืองมาเครียดเรื่องการสาดโคลนใส่กันจะไปไม่รอด และประชาชนจะเดือดร้อน

อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าข้อหาที่ถูกดำเนินคดี คือ “รู้ว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยไม่ได้เป็นผู้นำเข้ายาเสพติด จำหน่ายหรือส่งออก" ซึ่งมีบุคคลพยายามบิดเบือนเป็นข้อหาอื่น จึงขอบุคคลเหล่านี้นำข้อเท็จจริงไปต่อสู้ในชั้นศาล

 

กลับขึ้นด้านบน