ครม.ไฟเขียว 1 ก.ค.เปิด "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ตามด้วย 3 เกาะสุราษฎร์ธานี

ครม.ไฟเขียว 1 ก.ค.เปิด "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ตามด้วย 3 เกาะสุราษฎร์ธานี

ครม.ไฟเขียว 1 ก.ค.เปิด "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ตามด้วย 3 เกาะสุราษฎร์ธานี

รูปข่าว : ครม.ไฟเขียว 1 ก.ค.เปิด "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ตามด้วย 3 เกาะสุราษฎร์ธานี

ครม.ไฟเขียวหลักการ "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" นำร่องเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว 1 ก.ค.นี้ ก่อนทยอยเปิดท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ในระยะถัดไป

วันนี้ (22 มิ.ย.2564) นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบหลักการการเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต หรือภูเก็ตแซนบ็อก และ จ.สุราษฎร์ธานี 3 เกาะ คือ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ตามมติที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2564


สำหรับมติที่ประชุม ศบค.มีการพิจารณาหลักการเปิดพื้นที่นำร่อง ทั้งใน จ.ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี โดยเป็นความตกลงร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งคำนึงถึงสถานการ์ณแพร่ระบาด การฉีดวัคซีน และความพร้อมด้านสาธารณสุข ดังนั้นการติดตามและประเมินสถานการณ์จะเป็นไปอย่างใกล้ชิด

ส่วนการเปิดท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น ๆ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นผู้พิจารณาและเสนอ โดยจะหารือกับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมถึงต้องคำนึงถึงมติคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดด้วย

การพูดคุยจะต้องหารือและหาข้อสรุปในพื้นที่ก่อนเสนอ ศบค. โดย ศบค.ไม่ใช่ส่วนที่จะกำหนดว่าที่ใดจะเปิดหรือเปิดเมื่อใด

สำหรับเกณฑ์การรับนักท่องเที่ยว ตามแผน "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ก.ค.นี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าไทยต้องมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือเสี่ยงปานกลาง และต้องฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ครบกำหนด 2 เข็ม อย่างน้อย 14 วัน และมีเอกสารรับรองการได้รับวัคซีน

โดยต้องเป็นวัคซีนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดไว้ คือ แอสตราเซเนกา, ซิโนแวค, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, ซิโนฟาร์ม และโมเดอร์นา ส่วนวัคซีนยี่ห้ออื่น ๆ หากองค์การอนามัยโลก (WHO) รองรับ ก็จะพิจารณาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ในแต่ละจังหวัดจะมีการจัดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อติดตาม ประเมินสถานการณ์ และพิจารณามาตรการต่าง ๆ อย่างเร่งด่วนซึ่งอาจมีการทบทวนได้

เปิดร่างยกระดับคัดกรองคนไทยเข้าภูเก็ตทางบก

ขณะที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ เกี่ยวกับร่างมาตรการยกระดับเพิ่มความเข้มตรวจคัดกรองคนไทย และคนต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย เดินทางเข้าพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทางบก ผ่านด่านท่าฉัตรไชย โดยกำหนดให้ผู้ที่จะเดินทางเข้า จ.ภูเก็ต ทางบก (ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี) ตามโมเดล "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ที่จะมีผล 1 ก.ค.2564 ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด ดังนี้

  1. ได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ครบ 2 เข็ม หรือครบโดส ตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิด หรือได้รับวัคซีนชนิดเอสตราเซเนกา เข็มที่ 1 มาแล้วครบ 14 วัน
  2. เป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรค COVID-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน โดยต้องแสดงหลักฐานยืนยัน
  3. หากไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 1. จะต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน
  4. ติดตั้งแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" บนสมาร์ตโฟน โดยยินยอมเปิดที่ตั้งตลอดเวลาที่อยู่ใน จ.ภูเก็ต
  5. ให้สังเกตติดตามอาการตนเอง หรือ Self Monitoring ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค หากพบอาการป่วยหรือสงสัยว่ามีอาการป่วยด้วย COVID-19 ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน


ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีเชื้อกลายพันธุ์ที่มาจาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะมีคุณสมบัติครบในข้อ 1, 2, 3 แล้วต้องเข้ารับการกักตัวที่ LQ หรือ ALQ เป็นเวลา 14 วัน โดยทางจังหวัดจะมีรายละเอียดระบุ จังหวัด อำเภอ ที่ชัดเจนโดยเร็วต่อไป

สำหรับร่างมาตราการยกระดับเพิ่มความเข้มคัดกรอง คนไทยและคนต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย เข้าพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นการป้องกันผู้ที่จะนำเชื้อจากภายนอกเข้าพื้นที่จังหวัด ตามโมเดล "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ซึ่งจังหวัดจะมีคำสั่งประกาศออกมาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.2564 เป็นต้นไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบค.วางเงื่อนไข "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" เปิดรับนักท่องเที่ยว

ศบค.เดินหน้า"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" เหตุ "ภูเก็ต" ตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่สูง

 

 

กลับขึ้นด้านบน