ศบค.รับเตียงเต็ม เล็งซีลบางจุดแทนล็อกดาวน์ กทม.คุมโควิด

ศบค.รับเตียงเต็ม เล็งซีลบางจุดแทนล็อกดาวน์ กทม.คุมโควิด

ศบค.รับเตียงเต็ม เล็งซีลบางจุดแทนล็อกดาวน์ กทม.คุมโควิด

รูปข่าว : ศบค.รับเตียงเต็ม เล็งซีลบางจุดแทนล็อกดาวน์ กทม.คุมโควิด

ศบค. เผยวันนี้ (23 มิ.ย.) พบ 6 คลัสเตอร์ใน 4 จังหวัด ขณะที่มีผู้ป่วย COVID-19 อาการหนัก 1,526 คน ใช้เครื่องช่วยหายใจ 433 คน รับระบบดูแลผู้ป่วยโควิดเต็มศักยภาพ เตียงไม่พอ เตรียมปรับพื้นที่ขยายศักยภาพและเพิ่มเครื่องมือ อุปกรณ์ รับผู้ป่วย

วันนี้ (23 มิ.ย.2564) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3,174 คน เป็นการติดเชื้อใหม่ 3,138 คน ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 36 คน ยอดป่วยสะสม (ตั้งแต่ เม.ย.64) 199,676 คน หายป่วยเพิ่ม 1,941 คน หายป่วยสะสม (ตั้งแต่ เม.ย.64) 162,351 คน เสียชีวิต 51 คน

ขณะที่ยอดติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 อยู่ที่ 228,539 คน หายป่วยสะสม 189,777 คน เสียชีวิตสะสม 1,744 คน

เสียชีวิต 51 คน 

สำหรับผู้เสียชีวิต 51 คน เป็นชาย 26 คน หญิง 25 คน ค่ากลางอายุ 69 ปี (29-91 ปี) อยู่ใน กทม. 34 คน ปทุมธานี สมุทรปราการ 3 คน ชลบุรี นครปฐม จังหวัดละ 2 คน นนทบุรี ราชบุรี ยะลา ปราจีนบุรี สงขลา สระแก้ว สระบุรี จังหวัดละ 1 คน

ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง 34 คน เบาหวาน 23 คน ไขมันในเลือดสูง 11 คน โรคไต 8 คน โรคหัวใจ 5 คน หลอดเลือดสมอง 7 คน และไม่มีโรคประจำตัว 5 คน

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะที่มีผู้รักษาตัวอยู่ 37,018 คน รักษาใน รพ. 11,366 คน โรงพยาบาลสนาม 25,652 คน อาการหนัก 1,526 คน ใช้เครื่องช่วยหายใจ 433 คน ขณะที่จำนวนผู้ป่วยอาการหนัก-ใส่เครื่องช่วยหายใจ ในต่างจังหวัดพบตัวเลขเพิ่มขึ้น เช่นกัน

 

6 คลัสเตอร์ใน 4 จังหวัด 

สำหรับคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวัง 96 แห่ง โดยมีรายงานเพิ่มที่เขตบางคอแหลม เป็นโรงงานเย็บผ้า ซึ่งมีการตรวจพนักงานไปทั้งหมด 267 คน พบผู้ป่วยใหม่ 34 คน เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. กรุงธนเหนือ เขตคลองสาน โรงงานทำจิวเวอร์รี่ มีพนักงาน 281 คน ตรวจพบ 46 คน

 

การระบาดที่พบใน จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่ม สมุทรปราการ ในพื้นที่ บางเสาธง เป็นโรงงานน้ำแข็ง พบ 17 คน ในพื้นที่ เมืองสมุทรปราการ เป็นบริษัทก่อสร้าง พบติดเชื้อ 167 คน ส่วนที่ จ.สมุทรสาคร ในพื้นที่ กระทุ่มแบน โรงงานผลิตยางรถยนต์ พบติดเชื้อ 5 คน และ เมืองสมุทรสาคร เป็นโรงงานอาหารทะเลแปรรูป พบติดเชื้อ 6 คน

ส่วนที่ จ.ปทุมธานี ในพื้นที่หนองแค เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ พบติดเชื้อ 22 คน จ.ราชบุรี ในพื้นที่ เมืองราชบุรี เป็นค่ายทหาร พบติดเชื้อ 73 คน

 

ระบบดูแลผู้ป่วยโควิดเต็มศักยภาพ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในช่วงนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งยังรอเตียง ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการ หรืออาการไม่รุนแรง (ระดับสีเขียว) ได้หารือว่าส่วนนี้สามารถย้ายไป Hospitel ได้ โดยให้กรุงเทพฯ เปิด Hospitel รับคนไข้กลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ผู้ที่รอเตียงและมีอาการได้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้

ส่วนผู้ป่วยระดับสีเหลือง และสีแดง ขณะนี้ศักยภาพของโรงพยาบาลหน่วยงานรัฐแน่นแล้ว อีกทั้งเตียงเอกชนไม่เพียงพอ จึงหารือในการปรับพื้นที่ ขยายศักยภาพและเพิ่มเครื่องมือ อุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยได้ถึงระดับสีแดง เช่น รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมหารือเพื่อขยายศักยภาพดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว

ส่วนกรณีบุคลากรทางการแพทย์นั้น สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ระบุว่าสามารถใช้บุคลากรของภาคเอกชนมาร่วมดูแลในสถานที่ที่ภาครัฐจัดเตรียมไว้ได้

เล็งทำบับเบิลแอนด์ซีล กทม.แทนล็อกดาวน์

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเสนอของแพทย์ในการล็อกดาวน์อย่างน้อย 7 วันโดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. เพื่อลดการเคลื่อนย้าย นั้น ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอ และนำมาถกแถลงในที่ประชุม รู้ว่าการล็อกดาวน์ได้ผลดี แต่ในการปฏิบัติ ณ ปัจจุบันนี้ ได้ดำเนินการอยู่ แต่เป็นไปในลักษณะเฉพาะจุดเฉพาะที่ เกิดเหตุจุดใดก็จัดการจุดนั้นทั้ง แคมป์ โรงงาน หลายแห่งได้ดำเนินการไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม แต่ละมาตรการก็มีทั้งเชิงบวกและเชิงลบที่จะต้องมาไตร่ตรองกัน การปิดพื้นที่หรือโรงงานก็อาจทำให้เกิดการกระจายของคน พอปิดแล้วเขาไม่มีงานทำเขาก็อาจไปต่างจังหวัด ก็อาจจะไปเพิ่มปัญหาในอีกที่หนึ่ง ฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องมีการพิจารณาไตร่ตรองกันอย่างดี

การปิดกรุงเทพฯ อย่างที่ทราบคนกรุงเทพฯ ไม่ได้มีมาก ส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากต่างจังหวัด ซึ่งอาจเกิดการเคลื่อนย้ายของแรงงาน และนำกลับไปติดที่ต่างจังหวัด ซึ่งตอนนี้มีข้อสรุปที่จะทำบับเบิลแอนด์ซีล เหมือนตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นใน จ.สมุทรสาคร แต่การแบ่งเขตในการดำเนินการของ กทม. อาจจะยากกว่า เนื่องจากพื้นที่มีความซับซ้อนกว่า  

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน