สบยช.แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุบุกยิงรพ.สนาม

สบยช.แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุบุกยิงรพ.สนาม

สบยช.แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุบุกยิงรพ.สนาม

รูปข่าว : สบยช.แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุบุกยิงรพ.สนาม

สบยช.เสียใจเหตุบุกยิง รพ.สนาม และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับ สบยช.

วันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เรื่อง เหตุการณ์ผู้ก่อเหตุถือปืนบุกยิงผู้ป่วยที่หอผู้ป่วย COVID ส่วนขยาย 6+1 กรมการแพทย์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

จากกรณีผู้ก่อเหตุถือปืนบุกยิงผู้ป่วยที่หอผู้ป่วย COVID ส่วนขยาย 6+1 กรมการแพทย์ @ สบยช. นั้น ทาง สบยช. รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

วันที่ 24 มิ.ย.2564 เวลา. 03.10 น. มีชายแต่งกายสวมเสื้อแขนยาวลายพรางคล้ายทหารและสวมหมวกหมวกเบเร่ต์สีแดง ขับรถกระบะสีขาว มาที่หน้าประตู 1 และแจ้ง รปภ. “ว่าจะมาโรงพยาบาลราชวิถี 2” รปภ.แจ้งเส้นทางการเดินรถแก่ผู้ก่อเหตุว่า “ราชวิถีให้เลี้ยวขวา” แต่ผู้ก่อเหตุกลับเลี้ยวไปทางซ้าย ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่อาคารอำนวยการของสถาบันฯ (สบยช.)

แล้วผู้ก่อเหตุขับรถไปจอดหน้าตึกอำนวยการ สบยช. หลังจากนั้นได้ลงมาจากรถและสูบบุหรี่พร้อมกับถือปืนเดินไปตรงหน้า รปภ.ทางเข้าหน้าหอผู้ป่วย COVID ส่วนขยาย 6+1 กรมการแพทย์ @ สบยช. ผู้ก่อเหตุถือปืนพร้อมกับสูบบุหรี่และเดินเข้าหา รปภ.ซึ่งไม่มีอาวุธ

ตามกฎหมายแล้ว รปภ.ไม่สามารถพกและใช้อาวุธปืนได้อย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อทาง รปภ.เห็นลักษณะท่าทางไม่ปกติจึงถอยและวิทยุเรียก รปภ.ท่านอื่นให้มาช่วย และแอบซุ่มดูอยู่ข้างต้นไม้บริเวณด้านหน้าหอผู้ป่วย COVID ส่วนขยายฯ เห็นผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาตรงบริเวณหน้าเต็นท์ จากนั้นกลับออกไปตรงหน้าตึกคนไข้

เวลาประมาณ 03.14 น. ผู้ก่อเหตุพยายามผลักประตู ซึ่งถูกล็อกไว้ด้วยกุญแจหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จจึงใช้ปืนยิงกุญแจและโซ่ แต่โซ่ไม่ขาด จึงยิงนัดที่ 2 กระจกจึงแตกทั้ง 2 บาน จากนั้นผู้ก่อเหตุเดินเข้าไปด้านในห้องโถงที่รับประทานอาหาร

ขณะที่ผู้ก่อเหตุยิงนัดที่ 2 พยาบาลได้โทรแจ้งสถานีตำรวจประตูน้ำจุฬาฯ เพื่อให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยเร็วในเวลา 03.20 น. ระหว่างนั้นได้แจ้งผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทันที

ในขณะนั้นทีมพยาบาลได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ก่อเหตุเดินผ่านเข้าไปในเรือนนอนผู้ป่วย แล้วก็วนกลับไปตรงบริเวณประตู หน้าลิฟต์ ผลักประตูแต่ออกไม่ได้เพราะล็อกกุญแจ ผู้ก่อเหตุเดินทะลุไปที่บริเวณหน้าห้องน้ำ ซึ่งขณะนั้นมีผู้ป่วยชายไทย วัย 54 ปี กำลังเดินออกจากห้องน้ำ ผู้ก่อเหตุได้เดินเข้ามาจ่อยิงอย่างกระชั้นชิดจนเสียชีวิต ผู้ก่อเหตุได้ยิงในเรือนนอนคนไข้ ชั้น 1 แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย

จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินออกมาด้านนอกและไปกราดยิงบริเวณด้านหน้าหอผู้ป่วย COVID ส่วนขยายฯ หลังจากนั้นเดินไปที่ หน้าตึกอำนวยการ สบยช. และกราดยิง แล้วขับรถหนีออกไป เวลา 04.43 น. ทีมแพทย์และ ร้อยเวร สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ร่วมชันสูตรพลิกศพ และแจ้งเหตุการณ์ให้ญาติรับทราบ หลังจากนั้นได้ดำเนินการบรรจุศพ และทำความสะอาดพื่นที่

หลังเกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้สวมชุด PPE เข้าไปดูแลด้านจิตใจของผู้ป่วยรายอื่นๆ ทั้งนี้ สบยช.มีจิตแพทย์ นักจิตวิทยา ประเมินสภาพผู้ป่วยเพื่อให้การดูแล ในกรณีผู้ป่วยที่อาการน้อยพักอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 10 วัน สามารถกลับบ้านเพื่อไปกักตัวที่บ้านต่ออีก 4 วัน จนครบ 14 วัน ในส่วนของผู้ป่วยรายอื่นที่ประสงค์จะย้ายชั้นหรือไปรักษาที่อื่น ทาง สบยช.

ได้ดำเนินการประสานส่งต่อให้ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับ สบยช.มาก่อน รวมทั้งไม่พบชื่อผู้ก่อเหตุในฐานข้อมูล บสต.ด้วย

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ และชี้แจงให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบว่าทาง สบยช.ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานและขั้นตอนการดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถป้องกันได้ ทั้งนี้ สบยช.จะเยียวยาและดูแลด้านจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ต่อไป

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน