เอาผิดนักเตะ "บุรีรัมย์" กักตัวไม่ครบ 14 วัน ฝ่าฝืนซ้อมฟุตบอล

เอาผิดนักเตะ "บุรีรัมย์" กักตัวไม่ครบ 14 วัน ฝ่าฝืนซ้อมฟุตบอล

เอาผิดนักเตะ "บุรีรัมย์" กักตัวไม่ครบ 14 วัน ฝ่าฝืนซ้อมฟุตบอล

รูปข่าว : เอาผิดนักเตะ "บุรีรัมย์" กักตัวไม่ครบ 14 วัน ฝ่าฝืนซ้อมฟุตบอล

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ เอาผิดนักเตะ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดฝึกซ้อมฟุตบอล ทั้งที่ยังกักตัวไม่ครบ 14 วัน ขณะที่สโมสร แจงเหตุเข้าใจผิดต่อแนวทางกักตัว

วันนี้ (29 มิ.ย.2564) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ โพสต์ถึงกรณีปรากฏข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนักกีฬาสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บางคน ไม่ปฏิบัติตามแนวทางการควบคุมโรค เข้าร่วมกิจกรรมฝึกซ้อมฟุตบอล ในระหว่างที่ยังไม่ครบกำหนดการกักตัวตามเวลาที่กฎหมายกำหนด 14 วัน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการฯ จริง จึงได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

นักกีฬาเหล่านี้เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว ก่อนเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2564 ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และได้เข้ารับตรวจหาเชื้อ ด้วยการสวอป 2 ครั้ง ไม่พบเชื้อ

ขณะนี้ นักกีฬาที่ต้องกักตัวยังอยู่ในสถานที่กักตัว ตามที่คณะกรรมการฯ กำหนดไว้ ต้องกักตัวให้ครบตามกำหนดเวลา 14 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 30 มิ.ย.นี้

บุรีรัมย์ฯ ยูไนเต็ด รับผิดกักตัวไม่ครบกำหนด

ด้าน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โพสต์ระบุ นักฟุตบอลทุกคนที่เดินทางกลับจากการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกได้เข้ารับการกักตัวตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. และ เข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 จำนวน 2 ครั้ง แล้ว ไม่พบเชื้อ และขณะนี้ยังเข้ารับการกักตัวอยู่ในสถานกักกันตัว ให้ครบกำหนดเวลาตามที่คณะกรรมการโรคฯ แจ้ง

ทั้งนี้ กรณีที่นักกีฬาบางรายไปลงสนามฝึกซ้อมที่สนามเขากระโดงนั้น เป็นการกระทำผิด ไม่เป็นไปตามแนวทางของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อประจำจังหวัดจริง เนื่องจากเข้าใจผิดต่อแนวทางการกักตัว ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 31 มี.ค.2564 ให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส กักตัว 7 วัน โดยไม่ทราบว่ามีประกาศฉบับใหม่ ออกมาเมื่อเดือน พ.ค. 2564 ว่า ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยต้องกักตัว 14 วัน ทุกกรณีไม่มีข้อยกเว้น

สโมสรฯ ขอรับผิดทุกประการ และยินดีให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการโรคฯ รวมทั้งยอมรับการดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการควบคุมการระบาดของโรคโควิด

 

 

กลับขึ้นด้านบน