ก.พาณิชย์ จัดโครงการ "จับคู่กู้เงิน" ช่วยเอสเอ็มอีส่งออก

ก.พาณิชย์ จัดโครงการ "จับคู่กู้เงิน" ช่วยเอสเอ็มอีส่งออก

ก.พาณิชย์ จัดโครงการ "จับคู่กู้เงิน" ช่วยเอสเอ็มอีส่งออก

รูปข่าว : ก.พาณิชย์ จัดโครงการ "จับคู่กู้เงิน" ช่วยเอสเอ็มอีส่งออก

ก.พาณิชย์ จัดโครงการ "จับคู่กู้เงิน" เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่ยังคงขยายตัวได้ท่ามกลางการระบาดของ COVID-19

วันนี้ (8 ก.ค.2564) ตัวเลขการส่งออกเดือน พ.ค. ขยายตัวถึงร้อยละ 41.59 สูงสุดในรอบ 11 ปี เฉพาะเดือน พ.ค. มีรายได้ 714,885 ล้านบาท รวม 5 เดือนแรกของปีนี้ ตั้งแต่ ม.ค.- พ.ค. ทำรายได้เข้าประเทศถึง 3.5 ล้านล้านบาท

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า ขณะนี้ภาคการส่งออกถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและเพื่อให้การส่งออกยังคงสามารถขยายตัวต่อเนื่อง ก.พาณิชย์ จึงจัดโครงการจับคู่กู้เงิน โดยความร่วมมือของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยหรือ Exim Bank และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย.เพื่อช่วยผู้ประกอบการส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอีให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่ง มีประมาณ 30,000 ราย ที่เป็นผู้ส่งออกต้องการทุน

สำหรับวงเงินที่เตรียมไว้อยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท ได้มีการเปิดรับสินเชื่อล่วงหน้าและอนุมัติมาเป็นตัวอย่างทั้งหมด 7 ราย วงเงินสินเชื่อ 22.2 ล้านบาท มีผู้ยื่นเข้ามาแล้ว 188 ราย วงเงิน 1,021 ล้านบาท

โครงการนี้ผู้ขอกู้จะได้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ร้อยละ 3.99 ต่อปี จากปกติร้อยละ 6.5 ต่อปี ไม่ต้องมีหลักทรัพย์เพราะ บสย. จะช่วยค้ำประกันหลักทรัพย์ให้ ปลอดค่าธรรมเนียมในการค้ำประกันหลักทรัพย์ 2 ปี

การพิจารณายื่นคำขอกู้จากปกติประมาณ 30 วัน จะพิจารณาให้เสร็จใน 7 วันทำการ ทุกรายที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ธนาคาร EXIM Bank จะมอบกรมธรรม์ประกันการชำระเงินให้ฟรี 1 การอบรมความรู้เรื่องการส่งออก

ผู้สนใจสามารถยื่นได้ทางแอปพลิเคชันไลน์ ของ EXIM Bank หรือของ บสย. หรือเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก หรือจะไปที่สำนักงาน ได้ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.-7 ก.ย. 2564 นี้

ส่วนความคืบหน้าโครงการจับคู่กู้เงินสถาบันการเงินกับร้านอาหาร มีร้านอาหารยื่นขอกู้ไม่ต่ำกว่า 15,000 ราย และอยู่ในขั้นตอนพิจารณาคาดว่าจะสามารถอนุมัติวงเงินกู้ได้ไม่ต่ำกว่า 1,500-2,000 ล้านบาท จะมีส่วนช่วยอย่างยิ่งในการต่อลมหายใจให้กับร้านอาหารที่กำลังได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้

 

กลับขึ้นด้านบน