เปิดใจ "รักไทย" ร่วมประสานจัดหาวัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐฯ

เปิดใจ "รักไทย" ร่วมประสานจัดหาวัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐฯ

เปิดใจ "รักไทย" ร่วมประสานจัดหาวัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐฯ

รูปข่าว : เปิดใจ "รักไทย" ร่วมประสานจัดหาวัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐฯ

"รักไทย บูรพ์ภาค" อาจารย์ มศว. ที่สื่อสังคมออนไลน์ยกให้เป็นมือดีลไฟเซอร์ เปิดใจว่า ได้ร่วมกับคนไทยในต่างแดนหลายกลุ่ม หาช่องทางเจรจานำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพช่วยประเทศยามวิกฤตและคาดหวังให้บุคลากรด่านหน้าเป็นกลุ่มได้วัคซีนก่อน

ก่อน ครม.อนุมัติให้กรมควบคุมโรค ลงนามในสัญญาการรับบริจาควัคซีนไฟเซอร์จากรัฐบาลสหรัฐฯ 1.5 ล้านโดส และวัคซีนจะเข้าสู่ประเทศไทยเร็วๆ นี้

นายรักไทย บูรพ์ภาค อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่ระบุว่า ได้ประสานกับฝ่ายการเมืองของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอดีต รมว.สาธารณสุข ในเรื่องวัคซีนบริจาค จนสื่อสังคมออนไลน์ยกให้เป็นมือดีลไฟเซอร์

 

นายรักไทย เล่าว่า เป็นความร่วมมือของคนไทยในต่างแดนหลายกลุ่ม รวมทั้งข้าราชการในสถานทูต เพื่อช่วยประเทศในสถานการณ์วิกฤต เนื่องจากเคยศึกษาที่ประเทศสหรัฐฯ ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก

รวมทั้งมีประสบการณ์ทำงานในสหรัฐฯ จนได้สัญชาติอเมริกัน และก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปฉีดวัคซีนที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้เห็นว่ามีวัคซีนเหลือจำนวนมาก

จึงประสานสอบถามไปยัง 3 มลรัฐ ในสหรัฐฯ ถึงการดำเนินการเกี่ยวกับวัคซีนที่เหลือพบว่า วัคซีนทั้งหมดจะส่งไปยังหน่วยงานกลางของทางสหรัฐฯ ระหว่างนั้นก็ได้ติดต่อกับทางผู้ว่าการรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาช่องทางว่าจะนำวัคซีนส่วนนั้นมาช่วยแก้ไขปัญหาในไทยได้หรือไม่ 

 

จนได้รับทราบว่า นายโจไบเดนประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีนโยบายจะบริจาควัคซีนให้กับประเทศต่างๆ 80 ล้านโดส แต่ก็ยังกังวลว่า ไทยจะได้รับความช่วยเหลือด้วยหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์

จึงได้หาช่องทางประสานงานต่างๆ ทุกช่องทาง รวมทั้งคนไทยในสหรัฐฯ จนสามารถติดต่อกับอดีต รมว.สาธารณสุข ซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องแผนวัคซีนของทางสหรัฐฯ ตั้งแต่เริ่มแรก

มีคนไทยในต่างประเทศหลายกลุ่มที่ร่วมกันประสานให้สามารถจัดหาวัคซีนส่งมาไทย ทั้งในสหรัฐและยุโรปรวมทั้งข้าราชการในสถานทูต

ส่วนเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนบริจาคล็อตนี้ เคยมีโอกาสพูดคุยกับกลุ่ม ส.ส.และอดีต ส.ส.ของพรรครีพับลิกันว่า ความจำเป็นเร่งด่วน ควรจะให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มต่อมาคือกลุ่มอายุ 12-18 ปี และให้ชาวอเมริกันในไทยได้รับวัคซีนด้วย

แต่นโยบายของทางประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า หากพลเมืองอเมริกันต้องการฉีดวัคซีน จะต้องกลับไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

นายรักไทย สะท้อนมุมมองการบริหารจัดการวัคซีนของไทยที่ถูกตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าว่า ขณะนี้อยู่ในสถานการณ์วิกฤต ดังนั้นกฎระเบียบต่างๆ ในสถานการณ์ปกติควรจะต้องปรับเปลี่ยน

และมองถึงความต้องการของประชาชนเป็นหลัก เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาและตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

วัคซีนต้องเข้าหาคนไม่ใช่คนไปหาวัคซีน ไม่ได้โจมตีใคร เพียงแต่มองว่า ทุกขั้นตอนควรสะดวกสำหรับประชาชน

นายรักไทยกล่าวด้วยว่า ไม่ได้มีเจตนาหรือความคิดที่จะปูทางสู่การเป็นนักการเมือง แม้จะรู้จักกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แต่ไม่เคยพูดคุยเรื่องการเมือง เพียงแต่รู้จักกันมาเกือบ 10 ปี ในฐานะที่จบจากประเทศสหรัฐฯ มาเหมือนกัน

ตนมีสถานะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐ และต้องการเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือประเทศชาติ เช่นเดียวกับคนไทยในต่างแดน ที่ไม่ทอดทิ้งกัน

ซึ่งคอนเนกชั่นหลักๆ ของคนไทยในสหรัฐฯ มี 2 แห่ง คือที่วัดไทยและร้านอาหารไทย ที่จะให้การช่วยเหลือกันในภาวะยากลำบากมาตลอด ไม่ใช่เฉพาะกรณีการประสานจัดหาไฟเซอร์ในวิกฤต COVID-19 ขณะนี้เท่านั้น  

กลับขึ้นด้านบน