จับตา! “ศักดิ์สยาม” นั่งหัวโต๊ะ ถกแผนฟื้นฟู ขสมก.

จับตา! “ศักดิ์สยาม” นั่งหัวโต๊ะ ถกแผนฟื้นฟู ขสมก.

จับตา! “ศักดิ์สยาม” นั่งหัวโต๊ะ ถกแผนฟื้นฟู ขสมก.

รูปข่าว : จับตา! “ศักดิ์สยาม” นั่งหัวโต๊ะ ถกแผนฟื้นฟู ขสมก.

จับตา! รมว.คมนาคม นั่งหัวโต๊ะถกแผนฟื้นฟู ขสมก. เร่งเคาะอนุมัติพร้อมส่งต่อ “สภาพัฒน์ฯ” พิจารณา ก่อนชง ครม.ไฟเขียว หวังคน กทม.ได้นั่งรถไฟฟ้าล็อตแรกก่อน 400 คัน ชี้สิ้นปีงบประมาณ 2564 ยอดหนี้สะสมแตะ 1.32 แสนล้าน

วันนี้ (9 ก.ค.2564) รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายขนส่งทางบก เพื่อพิจารณาความคืบหน้าแผนฟื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พิจารณาของคณะทำงานฯ ในการปรับแผนแนวทางการปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขต กทม. และปริมณฑล ให้มีความชัดเจน และเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ มีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานคณะทำงาน ที่นายศักดิ์สยาม แต่งตั้งในคราวการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

หากการประชุมผ่านการพิจารณาของนายศักดิ์สยามแล้ว ขสมก.จะนำแผนฟื้นฟูดังกล่าว เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ขสมก.พิจารณา ก่อนเสนอไปยังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วจึงเสนอไปยังคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตาม จะสามารถเสนอไปยัง ครม.ได้เมื่อใดนั้น จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาพัฒน์ฯ ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า สำหรับแผนฟื้นฟู ขสมก.เมื่อผ่านการพิจารณาอนุมัติจาก ครม.แล้วนั้น ขสมก.จะเริ่มทยอยรับรถโดยสารไฟฟ้า (EV) ล็อตแรก จำนวน 400 คัน หลังจาก ครม.อนุมัติใน 3 เดือน และครบ 2,511 คันใน 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟู ขสมก.

ปัจจุบัน ขสมก. มีรถวิ่งให้บริการอยู่ประมาณ 2,900 กว่าคัน และในเดือน ต.ค.2564 จะปลดระวาง จำนวน 70 กว่าคัน ขณะที่มูลค่าหนี้สะสมของ ขสมก. คาดการณ์ว่า ณ วันที่ 31 ก.ย.2564 (สิ้นปีงบประมาณ 2564) ขสมก.จะมีหนี้สะสม เป็นวงเงินประมาณ 1.32 แสนล้านบาท

ขสมก.ของบอุดหนุนแผนฟื้นฟูฯ  9,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายศักดิ์สยาม เป็นประธานนั้น ที่ประชุมมีข้อเสนอให้ดูสัญญาเพิ่มเติม เนื่องจากในปัจจุบันแผนดังกล่าว จะนำรถร่วมเอกชนเข้ามาให้บริการด้วย โดยทั้ง 2 ฝ่าย ต้องเจรจาในการจ้างเช่าวิ่งตามระยะทางร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุป

นอกจากนี้ ที่ประชุมในครั้งนั้น ยังได้พิจารณาการขอเงินอุดหนุนจากภาครัฐ (PSO) เนื่องจากที่ผ่านมา ขสมก.ได้เสนอของบประมาณเพื่อขออุดหนุน จำนวน 9,000 ล้านบาท แต่ทางกระทรวงคลัง สภาพัฒน์ฯ และสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นว่าควรปรับปรุงรายละเอียดของแผนฟื้นฟู ขสมก.ในบางประเด็นให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงที่ประชุมยังระบุอีกว่า หากการจัดทำแผนฟื้นฟู ขสมก.ล่าช้า จะทำให้ ขสมก.มีผลประกอบการขาดทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

กลับขึ้นด้านบน