รอเคาะ 12 ก.ค. เตรียมแอสตราฯ ฉีดเข็ม 3 ให้บุคลากรการแพทย์

รอเคาะ 12 ก.ค. เตรียมแอสตราฯ ฉีดเข็ม 3 ให้บุคลากรการแพทย์

รอเคาะ 12 ก.ค. เตรียมแอสตราฯ ฉีดเข็ม 3 ให้บุคลากรการแพทย์

รูปข่าว : รอเคาะ 12 ก.ค. เตรียมแอสตราฯ ฉีดเข็ม 3 ให้บุคลากรการแพทย์

"นพ.โสภณ" ระบุคณะกรรมการโรคติดต่อฯ เตรียมพิจารณาฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ให้บุคลากรการแพทย์ 12 ก.ค.นี้ ขณะที่ข้อมูลกองระบาดวิทยาพบว่า ในรอบกว่า 3 เดือนมีบุคลากรการแพทย์ติดเชื้อ 880 คน เสียชีวิต 7 คน แม้บางส่วนจะได้รับวัคซีนครบโดส

วันนี้ (11 ก.ค.2564) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงความคืบหน้า "วัคซีนบูสเตอร์โดส" และกล่าวแสดงความเสียใจกรณีที่มีพยาบาลติดเชื้อ COVID-19 เสียชีวิต 1 คน ซึ่งเป็นการติดเชื้อจากการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

นพ.โสภณระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการรับวัคซีนเบื้องต้นพบว่า พยาบาลคนดังกล่าว ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกช่วงเดือน เม.ย. และฉีดเข็ม 2 ประมาณต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามด้วยการปฏิบัตงานในแผนกดูแลผู้ป่วย COVID-19 อย่างต่อเนื่องในช่วงเดือน มิ.ย. ก็ทำให้มีโอกาสได้รับเชื้อจากการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังพบประวัติเสี่ยงในเรื่องของภาวะอ้วน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการรุนแรง

 

ส่วนประเด็นเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 จำนวน 2 เข็มเพียงพอหรือไม่นั้น ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการ ภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันวิทยา ไวรัสวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ มีความเห็นร่วมกันว่า การฉีดวัคซีน Sinovac จำนวน 2 เข็ม มีข้อมูลสนับสนุนว่า ภูมิคุ้มกันจะลดลง หลังจากฉีดวัคซีนไประยะหนึ่ง จึงเป็นที่มาของการเสนอให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้น หรือฉีดเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่มีความเสี่ยง

ตรงนี้จะเป็นการฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีนที่แตกต่างจากชนิดแรก อาจจะเป็นชนิด Viral Vector หรือที่รู้จักในประเทศไทยก็มีวัคซีน AstraZeneca หรือจะเป็นวัคซีนชนิด mRNA ซึ่งในอนาคตน่าจะได้รับการบริจาควัคซีน Pfizer

สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการวิชาการดังกล่าว จะนำไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ในวันที่ 12 ก.ค.นี้ ซึ่งรายละเอียดจะเป็นไปตามที่คณะกรรมการวิชาการได้ให้ข้อเสนอแนะไว้

อ่านข่าวเพิ่มเติม : "หมอธี" ขอให้บูสเตอร์เข็ม 3 ให้บุคลากรแพทย์ หลังพยาบาลติดโควิดเสียชีวิต

ในรอบกว่า 3 เดือน "บุคลากรการแพทย์" ติดเชื้อ 880 คน

นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ในรอบการระบาดเดือน เม.ย.2564 ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-10 ก.ค. มีรายงานผู้ติดเชื้อในกลุ่มของบุคลากรทางการแพทย์ 880 คน โดยร้อยละ 54 เป็นพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล รองลงมาเป็นวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่งส่วนใหญ่บุคลากรทางการแพทย์ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว มากกว่าร้อยละ 97

ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา เป้าหมายการฉีดวัคซีนในบุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 700,000 คน ติดเชื้อ 880 คน ในจำนวนนี้ไม่มีประวัติรับวัคซีน 173 คน และได้รับรายงานบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิต 7 คน ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตพบว่า ไม่ได้รับวัคซีนโควิด 5 คน, ได้รับวัคซีน Sinovac ไม่ครบ 1 คน และได้รับวัคซีน Sinovac ครบ 1 คน

 

หากพิจารณาอัตราการติดเชื้อในผู้ที่ได้รับวัคซีน และโอกาสเสียชีวิต พบว่า หากได้รับวัคซีนครบ มีโอกาสติดเชื้อและเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม

บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับวัคซีนครบตั้งแต่เดือน มี.ค.-เม.ย. และมีส่วนน้อยที่ได้รับหลังจากนั้น ดังนั้นเมื่อเกิดการระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่เดือน เม.ย. ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในกลุ่มที่รับวัคซีนครบ 2 เข็ม

นพ.โสภณกล่าวด้วยว่า ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลเบื้องต้น เนื่องจากมีการจัดทำเพื่อสื่อสารกับประชาชนให้เห็นความสำคัญของการรับวัคซีน พร้อมยืนยันว่า คนที่ฉีดวัคซีนมีโอกาสป่วยรุนแรงน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน

มีการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ไวรัส ในช่วงเดือน มิ.ย. ต่อเนื่องมาถึงเดือน ก.ค. จากสายพันธุ์อัลฟา เป็นสายพันธุ์เดลตา ทำให้การป้องกันโดยวัคซีนชนิด Sinovac อาจจะไม่ได้ผลดีเท่ากับเชื้อเดิม

ดังนั้น ผู้ที่ได้รับวัคซีน Sinovac ไปแล้ว 2 เข็ม และยิ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วย คณะกรรมการวิชาการก็ได้ให้ความเห็นว่า ควรจะได้รับวัคซีนกระตุ้นอีก 1 เข็ม

ขณะนี้ได้เตรียมวัคซีน AstraZeneca โดยจะสามารถดำเนินการได้ในสัปดาห์หน้า เพื่อฉีดเป็นเข้มที่ 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น ส่วนผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนชนิด mRNA เช่น วัคซีน Pfizer ต้องรออีกระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตามถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของโรค ซึ่งเกิดจากไวรัสที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นแนวทางการให้วัคซีนก็จะมีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโรค เพราะเชื้อไวรัสตัวใหม่ๆ จะมีความสามารถในการหลบภูมิคุ้มกันมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยติดโควิดรายวันเพิ่ม 9,539 เสียชีวิต 86 คน

ศบค.จับตา "คลัสเตอร์ตลาดไท" ตรวจเชิงรุกพบติดโควิดเพิ่ม 826 คน

 

กลับขึ้นด้านบน