กรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์โควิด ผู้ต้องขังหายป่วย 94.2%

กรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์โควิด ผู้ต้องขังหายป่วย 94.2%

กรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์โควิด ผู้ต้องขังหายป่วย 94.2%

รูปข่าว : กรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์โควิด ผู้ต้องขังหายป่วย 94.2%

กรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์ COVID-19 หายป่วย 94.2% พร้อมชี้แจงมาตรการป้องกันเชื้อ เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

วันนี้ (12 ก.ค.2564) สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ค.2564 เวลา 16.00 น. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 73 คน รวมมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 1,862 คน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในวันนี้

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงสถานะเรือนจำสีแดงที่พบการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น 1 แห่ง คือ เรือนจำอำเภอธัญบุรี ที่พบผู้ต้องขังติดเชื้อจากแดนใน ทำให้มีเรือนจำสีแดงรวม 13 แห่ง และเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาดลดลงเป็น 120 แห่ง

โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากเรือนจำสีแดง 71 คน และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 2 คน มีผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม 4 คน รวมหายสะสม 35,472 คน หรือ 94.2% ของผู้ติดเชื้อสะสม 37,649 คน

สำหรับผู้ต้องขังที่ยังรักษาตัวอยู่ เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว 71.4% สีเหลือง 28.1% และสีแดง 0.5% ผู้เสียชีวิตสะสม 47 คน หรือ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสม

นายอายุตม์ กล่าวว่า ปัจจุบัน กรมราชทัณฑ์ได้ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งการป้องกันเชื้อจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ และการป้องกันเชื้อจากเจ้าหน้าที่

สำหรับผู้ต้องขังรับใหม่ ต้องทำการ SWAB เพื่อตรวจหาเชื้อก่อนเข้าห้องกักโรค และจัดทำพื้นที่แยกกักรอผลเฉพาะ หากไม่พบเชื้อจะดำเนินการกักโรคเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน และต้องตรวจหาเชื้อ ก่อนออกจากห้องกักอีก 1 รอบ

แต่ถ้าตรวจพบเชื้อจะส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลสนามภายนอก พร้อมแยกกักผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงสูงทุกรายเพื่อตรวจหาเชื้อซ้ำ และเริ่มนับระยะการกักตัวใหม่ต่อไปอีก 21 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดเชื้อ

หากพบการติดเชื้อจากแดนใน ให้ประสานสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อสอบสวนและดำเนินการควบคุมโรคโดยเร็วที่สุด

พร้อมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเรือนจำ คัดกรองผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มสีเขียว เหลือง และแดง เร่งการเอ็กซเรย์ปอดผู้ติดเชื้อ แยกกักโรคผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง เพื่อตรวจหาเชื้อ

นอกจากนี้ จัดแบ่งพื้นที่เพื่อทำ Bubble and Seal ในผู้ต้องขังแต่ละกลุ่มให้แยกจากกัน ส่วนการตรวจหาเชื้อในผู้ต้องขังกลุ่มอื่นๆ นั้น จะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและแนวทางของสำนักงานสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่

นายอายุตม์ กล่าวว่า ด้านการป้องกันเชื้อในเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน นอกจากจะได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อ และเน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่กำหนดอย่างเคร่งครัดแล้ว

ยังจัดแบ่งการปฏิบัติหน้าที่ออกเป็นชุด ซึ่งแต่ละชุดจะปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 วันติดต่อกัน และหมุนเวียนสลับกันตามจำนวนของบุคลากรในแต่ละแห่ง

โดยระหว่างการพักเวร ห้ามออกนอกพื้นที่หรือเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงโดยเด็ดขาด และขอความร่วมมืองดการมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลอื่นที่อาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ

ซึ่งกรมราชทัณฑ์เชื่อมั่นว่าหากสามารถดำเนินการได้ครบถ้วน จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อในเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลับขึ้นด้านบน