ยุติธรรมเร่งช่วยคนได้รับผลกระทบโรงงานย่านกิ่งแก้วไฟไหม้

ยุติธรรมเร่งช่วยคนได้รับผลกระทบโรงงานย่านกิ่งแก้วไฟไหม้

ยุติธรรมเร่งช่วยคนได้รับผลกระทบโรงงานย่านกิ่งแก้วไฟไหม้

รูปข่าว : ยุติธรรมเร่งช่วยคนได้รับผลกระทบโรงงานย่านกิ่งแก้วไฟไหม้

กระทรวงยุติธรรม รับเรื่องร้องทุกข์ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โรงงานหมิงตี้ระเบิด-ไฟไหม้ เบื้องต้นบ้านเรือนเสียหาย 750 หลัง รถยนต์ 125 คัน รวมถึงมีผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ นัดเจรจาบริษัทเรื่องชดใช้ค่าเสียหาย

วันนี้ (13 ก.ค.2564) เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ลงพื้นที่โรงงาน บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 ถ.กิ่งแก้ว ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุไฟไหม้โรงงาน

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ซึ่งบางส่วนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนแล้วกว่า 1,000 คน

เบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 750 หลังคาเรือน รถยนต์ 125 คัน มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 45 คน

ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ เนื่องจากการขนย้ายสารเคมีที่เป็นอันตรายเพื่อนำไปเผาทำลายยังไม่แล้วเสร็จ

 

ส่วนแนวทางการช่วยเหลือ วันนี้ (13 ก.ค.2564) ได้ประสานเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้ารับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม บริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราววัดกิ่งแก้ว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนให้ช่วยเหลือเรื่องการเยียวยาผลกระทบ เนื่องจากทราบว่าบริษัทดังกล่าว ทำประกันบุคคลภายนอกไว้ 20 ล้านบาท แต่จากการประเมินความเสียหายพบว่า มูลค่าความเสียหายอาจเกินกว่า 400 ล้านบาท

เบื้องต้นได้นัดหมายผู้บริหารของบริษัท มาร่วมเจรจาเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวความเสียหายไม่ได้เกิดกับแค่ทรัพย์สินของประชาชนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชนด้วย

ทั้งนี้ หากบริษัทไม่สามารถชดใช้เงินตามจำนวนที่เหมาะสมได้ ภาครัฐสามารถเป็นตัวแทนยื่นเรื่องฟ้องร้อง เพื่อเรียกค่าเสียหายให้กับชาวบ้านได้ทันที

 

สำหรับบรรยากาศการทำงานของเจ้าหน้าที่ บริเวณบริษัทที่เกิดเหตุในวันนี้ (13 ก.ค.) พบว่า มีการขนย้ายสารสไตรีนโมโนเมอร์ ออกจากโรงงานเกิดเหตุเป็นวันที่ 4 ซึ่งในช่วง 3 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ขนย้ายสารดังกล่าวออกไปได้จำนวนเกือบ 300 ตัน จากทั้งหมด 1,100 ตัน และคาดว่าในวันที่ 17 ก.ค.นี้ จะดำเนินการขนย้ายได้แล้วเสร็จ โดยสารทั้งหมดจะถูกนำไปเผาทำลายที่เตาเผาของบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน)​ ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ

กลับขึ้นด้านบน