นายกฯไม่ระงับวัคซีน "ผสมสูตร" ขอฟังความเห็น คกก.โรคติดต่อ

นายกฯไม่ระงับวัคซีน "ผสมสูตร" ขอฟังความเห็น คกก.โรคติดต่อ

นายกฯไม่ระงับวัคซีน "ผสมสูตร" ขอฟังความเห็น คกก.โรคติดต่อ

รูปข่าว : นายกฯไม่ระงับวัคซีน "ผสมสูตร" ขอฟังความเห็น คกก.โรคติดต่อ

นายกรัฐมนตรีไม่ระงับการใช้วัคซีน “ผสมสูตร” ขอให้รับฟังความเห็นของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เพื่อนำมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

วันนี้ (14 ก.ค.2564) นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีการเก็บสถิติในการฉีดวัคซีน โดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนแม้ไม่ป้องกันการติดเชื้อได้ 100 % แต่สามารถลดความรุนแรงและลดการเสียชีวิตได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

สำหรับการใช้วัคซีน “ผสมสูตร” สิ่งสำคัญในช่วงเวลานี้คือ การเร่งฉีดให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพราะสายพันธุ์เดลตามีการระบาดที่รุนแรง และติดต่อได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา และกำลังเป็นปัญหาทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งวัคซีนทุกชนิดสามารถลดความรุนแรงและลดความเสี่ยงเสียชีวิต

ส่วนการวิจัยในไทยนั้นก็เป็นอีกแนวทางแก้ปัญหาหนึ่ง ที่แสดงถึงความพยายามของคณะแพทย์ของไทยที่ไม่หยุดคิด ไม่ยอมแพ้กับปัญหา ครั้งนี้ก็พยายามเอาชนะสายพันธุ์เดลตา

ซึ่งก็ต้องพยายามหาทุกวิถีทางที่ดีที่สุด และทำอย่างเป็นระบบ หวังว่าจะประสบความสำเร็จ จนเป็นที่ยอมรับ น่าเชื่อถือ แล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในที่สุด โดยรัฐบาลเปิดกว้างและส่งเสริมให้มีการแสวงหาทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะต้องให้ความรู้อย่างรอบด้านแก่ประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่มีนโยบายที่จะระงับการใช้วัคซีนผสมสูตร แต่อย่างใด และขอให้ทุกฝ่ายรับฟังความเห็นของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติในกรณีวัคซีนผสมสูตร/สลับสูตร เพื่อนำมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนด้วย

ทั้งนี้ มีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่สำคัญคือ องค์การอนามัยโลก (WHO) โดยหัวหน้านักวิทยาศาสตร์, Soumya Swaminathan ได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า “ประชาชนไม่ควรตัดสินใจเองในเรื่องนี้ แต่ควรเป็นการตัดสินใจของหน่วยงานของรัฐด้านสาธารณสุข บนพื้นฐานของข้อมูลที่มีอยู่ ทั้งในส่วนของภูมิคุ้มกันและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ประกาศฉีดชนิดเดียว 2 เข็มต่อ 

ขณะที่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ออกประกาศระบุ ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายให้ฉีดวัคซีน COVID-19 เข็มที่ 1 และ เข็มที่ 2 ต่างชนิดกัน เนื่องจากเป็นวัคซีนใหม่ที่ใช้ในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น โดยแนะนำให้ฉีดชนิดเดียวกันทั้ง 2 เข็ม ตามที่บริษัทผู้ผลิตได้รับอนุญาต

ยกเว้น ผู้ที่อยู่ในโครงการวิจัย หรือ กรณีผู้ฉีดแพ้หรือมีอาการข้างเคียงรุนแรงจากการฉีดวัคซีนเข็มแรก สามารถให้วัคซีนต่างชนิดกันในเข็มที่ 2 ได้ถ้าแพทย์เห็นสมควร

ทั้งนี้หากท่านไม่ให้ข้อมูลที่สมบูรณ์และหลีกเลี่ยงเพื่อให้ได้รับวัคซีนต่างชนิดหรือเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันก่อนเวลาที่เหมาะสม
ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะไม่รับผิดชอบผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม และการประกันอาจไม่คุ้มครองการรักษาพยาบาลที่เกิดจากอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน

 

กลับขึ้นด้านบน