ศาลฯ มีคำสั่งคุ้มครอง "พล.ต.อ.วิระชัย" หวนนั่งรอง ผบ.ตร.

ศาลฯ มีคำสั่งคุ้มครอง "พล.ต.อ.วิระชัย" หวนนั่งรอง ผบ.ตร.

ศาลฯ มีคำสั่งคุ้มครอง "พล.ต.อ.วิระชัย" หวนนั่งรอง ผบ.ตร.

รูปข่าว : ศาลฯ มีคำสั่งคุ้มครอง "พล.ต.อ.วิระชัย" หวนนั่งรอง ผบ.ตร.

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครอง "พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา" ที่ถูกสำรองราชการให้กลับไปดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร.

วันนี้ (15 ก.ค.2564) ศาลปกครองกลางมีคำสั่ง มีคำสั่งคุ้มครองให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา กลับมาดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามเดิม นับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.2563 ซึ่งเป็นวันที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในขณะนั้น ออกคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย

ทั้งนี้ ให้เสมือนว่าไม่เคยมีคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย มาก่อนแต่อย่างใด และเสมือนว่าไม่เคยมีประกาศสำนักนายกมนตรี ที่ให้ พล.ต.อ.วิระชัยพ้นจากตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาก่อนแต่อย่างใด

คำสั่งดังกล่าวเกิดจากกรณีที่ พล.ต.อ.วิระชัย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในตำแหน่ง สำรองราชการ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และถูกร้องทุกข์ดำเนินคดี กรณีถูกกล่าวหาดักฟัง เผยแพร่ข้อมูลการสนทนา ระหว่าง พล.ต.อ.วิระชัย กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ อดีต ผบ.ตร. เมื่อต้นปี 2563 จากกรณีคนร้ายยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ9) และต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งสำรองราชการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี

ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ก.ค.2564 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่ง เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย วิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ บ.438/2563 ศาลปกครองกลาง ระหว่าง พล.ต.อ.วิระชัย ผู้ฟ้องคดี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคําสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค.2563 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ นั้น

ต่อมาหลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ แล้วเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อให้ความเห็นชอบดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามนัยมาตรา 51 (1) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547 แทน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ต.ค.2563

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและออกอากาศเมื่อวันที่ 7 ส.ค.2563 ว่า เมื่อ พล.ต.อ.วิระชัย ได้รับคำสั่งให้สำรองราชการ แล้ว พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะไม่สามารถเสนอชื่อ พล.ต.อ.วิระชัย ให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เพราะ พล.ต.อ.วิระชัย ถูกสำรองราชการอยู่

ดังนั้น จากเหตุผลที่ได้วินิจฉัยมาจึงเห็นว่า พฤติการณ์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องดังกล่าวข้างต้น จึงถือว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางการปกครองไม่เป็นกลาง และกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการนี้ไม่ใช่กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้ล่าช้าไปจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะหรือสิทธิของบุคคลโดยไม่มีทางแก้ไข

ทั้งนี้ การที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค.2563 จึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีผลทำให้ประกาศของนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 31 ส.ค.2563 เรื่อง ให้ พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่ง น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน