แจงปม 11 ตร.บุรีรัมย์ ฉีดวัคซีนเข็ม 3 หนุนภารกิจรับ-ส่งผู้ป่วยโควิด

แจงปม 11 ตร.บุรีรัมย์ ฉีดวัคซีนเข็ม 3 หนุนภารกิจรับ-ส่งผู้ป่วยโควิด

แจงปม 11 ตร.บุรีรัมย์ ฉีดวัคซีนเข็ม 3 หนุนภารกิจรับ-ส่งผู้ป่วยโควิด

รูปข่าว : แจงปม 11 ตร.บุรีรัมย์ ฉีดวัคซีนเข็ม 3 หนุนภารกิจรับ-ส่งผู้ป่วยโควิด

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หลังโลกโซเชียลแชร์ภาพฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา เข็มที่ 3 ให้ตำรวจ ขณะที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แจง เป็นการฉีดให้กับตำรวจ 11 นาย จิตอาสาขับรถสนับสนุนภารกิจรับ-ส่งผู้ป่วยติดเชื้อ

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2564 นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ลงนามแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังสื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ จนมีการวิจารณ์กันเป็นวงกว้าง โดยมี นายไชยวัฒน์ จุนระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานกรรมการ

พร้อมกันนี้ ยังทำหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 25 ก.ค. แจ้งไปยังปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งให้รับทราบถึงการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว และจะรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป

ด้าน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า ตำรวจทั้ง 11 นาย ต้องทำหน้าที่พลขับยานพาหนะจิตอาสา เพื่อสนับสนุนภารกิจร่วมกับกรมการแพทย์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หน่วยแพทย์ฉุกเฉินหรือสาธารณสุขจังหวัด

ทางสาธารณสุขอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมวัคซีนมาฉีดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 11 คน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำหน้าที่เป็นพลขับยานพาหนะรับและส่งตัวผู้ติดเชื้อเพื่อไปส่งสถานพยาบาลต่างๆ และหากต้องไปรับผู้ติดเชื้อจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล กลับมาส่งที่บ้านใน จ.บุรีรัมย์ ก็พร้อมปฏิบัติในทันทีเมื่อได้รับการประสานแจ้งที่สถานีตำรวจ

ขณะที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ปรากฏว่ามีการเผยแพร่ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และสื่อสังคมออนไลน์ เรื่องการฉีดวัคซีน แอสตราเซนเนกา เข็มที่ 3 ในเขตพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ขอชี้แจงดังนี้

เนื่องจากมีการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้นรัฐบาลจึงมีนโยบายในการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบริการด่านหน้าเพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีศักยภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมากขึ้น ตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2564 ประกอบกับ มีข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2564 ที่ให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 แก่บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข

จึงเป็นเหตุให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์และโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง จัดเตรียมวัคซีนจำนวน 7,964 โดส เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ให้บริการด่านหน้าและได้ดำเนินการฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา กระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบริการด่านหน้าแล้วจำนวน 3,533 คน เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความปลอดภัยแก่บุคลากรการแพทย์และบุคลากร ด่านหน้าตามนโยบายดังกล่าว

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน