"สปสช.-ม.มหิดล" ร่วมปรับระบบตรวจโควิด ช่วยค้นหา-แยก ผู้ติดเชื้อ

"สปสช.-ม.มหิดล" ร่วมปรับระบบตรวจโควิด ช่วยค้นหา-แยก ผู้ติดเชื้อ

"สปสช.-ม.มหิดล" ร่วมปรับระบบตรวจโควิด ช่วยค้นหา-แยก ผู้ติดเชื้อ

รูปข่าว : "สปสช.-ม.มหิดล" ร่วมปรับระบบตรวจโควิด ช่วยค้นหา-แยก ผู้ติดเชื้อ

สปสช.-ม.มหิดล จับมือปรับระบบตรวจ COVID-19 ศูนย์ราชการ ทั้งค้นหาผู้ติดเชื้อ แจกยาฟาวิพิราเวียร์ และ ฟ้าทะลายโจร และจัดรถส่งกลับบ้านให้ผู้ติดเชื้อ ลดความเสี่ยงคุมระบบแพร่ระบาด

วันนี้ (26 ก.ค.2564) ผู้สื่อข่าว รายงานว่า จุดบริการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มีประชาชนเดินทางไปเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 เป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยวันนี้มีการปรับระบบใหม่ทั้งการตรวจหาเชื้อ โดยยังใช้วิธีการตรวจรู้ผลด่วนใน 30 นาที (Antigen test kit) และการแจกยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นครั้งแรกให้ผู้ติดเชื้อ รวมถึงฟ้าทะลายโจรแคปซูล นอกจากนี้ ยังมีการจัดรถสองแถวไว้อำนวยความสะดวกรับ-ส่ง ผู้ติดเชื้อกลับบ้านหลังทราบผลด้วย

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช.ซึ่งลงพื้นที่มาแจกยา พร้อมกับ ศ.ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล ที่อยู่ช่วยประจำจุดแจกยา และจุดที่ต้องสื่อสารอธิบายกับทางผู้ติดเชื้อ ได้เปิดเผยกับทีมข่าวไทยพีบีเอสว่า

 

การปรับระบบที่ศูนย์ราชการจุดนี้เพื่อทำให้เป็นระบบทั้งวงจร โดยร่วมมือกับ สายด่วน สปสช.1330 หากตรวจแล้วผลพบผู้ติดเชื้อจากนั้นเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลลงในถังข้อมูลกลาง เพื่อนำเข้าสู่ระบบการดูแลต่อที่บ้าน (Home Isolation) ซึ่งปกติการดำเนินการจะทำได้ 2 วิธีคือ ผ่านสายด่วน 1330 และกด 4 และ อีกวิธีคือ ให้บันทึกลงเว็บไซต์ โดยมี QR Code ให้ แต่เนื่องจากขณะนี้สายด่วน 1330 มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากจึงให้เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกข้อมูล แทนประชาชนเพื่อนำข้อมูลงไปในฐานข้อมูล ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว 100 %

 

สำหรับการตรวจวันนี้ จะทราบผลตรวจด่วนใน 30 นาที และถ้าพบว่าติดเชื้อจะตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผลตรวจแบบ RT-PCR อีกครั้ง โดยผลจะออกในวันถัดไป และประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบผลตัวเองได้ผ่านเว็บไซต์ แต่กรณีที่มีประชาชนบางส่วนไม่สะดวกในการเข้าเว็บไซต์จะมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปแจ้งผลการตรวจ

 

รองเลขาธิการ สปสช. ยังกล่าวว่า วันนี้ยาฟาวิพิราเวียร์ ได้เตรียมไว้สำหรับแจกให้ผู้มีผลว่า ติดเชื้อ COVID-19 นำกลับไปประทานที่บ้าน โดยจะแนบเอกสารกำกับ และคำแนะนำรายละเอียดต่าง ๆ ไปด้วย และระหว่างการแจกยาเจ้าหน้าที่จะอธิบายกับผู้ติดเชื้อและครอบครัวอีกครั้ง เกี่ยวกับแนวปฏิบัติทั้งการรับประทานยา และการอยู่ร่วมกันในครอบครัว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพูดคุยกับคนไข้อย่างละเอียด

นอกจากนี้ สำหรับผู้ติดเชื้อ COVID-19 หากเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก็แนะนำให้ใช้รถส่วนตัว แต่หากเดินทางมาโดยรถสาธารณะ วันนี้มีรถสองแถวจำนวน 4 คัน อยู่ที่จุดบริหารเพื่อบริการส่งในระยะประมาณ 10 กม.

 

ทพ.อรรถพร กล่าวเพิ่มเตมิว่า การวางระบบครั้งนี้ เพื่อให้ครอบคลุมการดูแลแบบครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การเริ่มต้นตรวจหาเชื้อ COVID-19 เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากผู้ไม่ติดเชื้อซึ่งจะช่วยควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งการตรวจเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อ จากนั้นนำเข้าสู่ระบบกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) โดยระหว่างกักตัวที่บ้านจะมียาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อ รวมถึงการส่งผู้ติดเชื้อกลับที่พักโดยมีรถรับ-ส่ง จะบรรลุวัตถุประสงค์ของการทำครบวงจร และจะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดได้ดีที่สุด

 

สำหรับภาพรวมการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่จุดตรวจโดยเฉพาะศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ระหว่างวันที่ 12 -24 ก.ค.2564 (หยุดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์) ตรวจแล้วทั้งสิ้น ประมาณ 17,000 คน พบผู้ติดเชื้อ ประมาณ 2,000 คน ( 11%) โดยตรวจเฉลี่ยวันละ 2,000 คน แต่แนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน และล่าสุดวันที่ 24 ก.ค.64 ตรวจไปแล้ว 2,500 คน พบผู้ติดเชื้อ 344 คน ( 13%) ซึ่งจะพยายามรองรับการตรวจให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ วันนี้ ยังเปิดช่องทางพิเศษ "Fast track" ให้ผู้สูงวัย -กลุ่มผู้พิการ เพื่อให้เข้าถึงการตรวจหาเชื้อให้ได้มากที่สุด

กลับขึ้นด้านบน