คำสั่งหยุดกิจกรรม กระทบธุรกิจเอสเอ็มอี บางรายต้องปิดกิจการถาวร

คำสั่งหยุดกิจกรรม กระทบธุรกิจเอสเอ็มอี บางรายต้องปิดกิจการถาวร

คำสั่งหยุดกิจกรรม กระทบธุรกิจเอสเอ็มอี บางรายต้องปิดกิจการถาวร

รูปข่าว : คำสั่งหยุดกิจกรรม กระทบธุรกิจเอสเอ็มอี บางรายต้องปิดกิจการถาวร

คำสั่งหยุดกิจกรรมและปิดกิจการ ของ ศบค.หลายรอบ กระทบต่อรายได้ของเอสเอ็มอี บางรายต้องปิดกิจการถาวร จากเดิมปิดชั่วคราว

อาคารพาณิชย์ย่านการค้าในกรุงเทพมหานคร ปิดป้ายประกาศให้เซ้ง เช่า จำนวนมาก จากเดิมประกอบกิจการเสริมความงาม ร้านค้า ร้านอาหาร บางร้านปิดกิจการแบบถาวร

เจ้าของร้านสักและอดีตประธานชมรมช่างสักแห่งประเทศไทย ระบุว่า ผู้ประกอบการขาดรายได้มายาวนาน เพราะกิจการถูกปิดหลายรอบ จนขาดสภาพคล่อง

อย่างร้านสักของตน ถูกปิดแล้วทั้ง 2 สาขา ต้องประคองธุรกิจด้วยการลดค่าใช้จ่าย ส่วนร้านสักขนาดเล็ก ที่รับลูกค้า walk in หรือในห้างฯ ส่วนใหญ่ปิดกิจการถาวร ล่าสุดมีร้านสักปิดตัวแล้วร้อยละ 40 จากทั้งหมด 4-5 พันร้านทั่วประเทศ

ส่วนร้านสักที่เคยรับลูกค้าต่างชาติ ในจังหวัดท่องเที่ยว อย่าง พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพีพี และเชียงใหม่ ทยอยปิดกิจการ และเปลี่ยนอาชีพ

เช่นเดียวกับเจ้าของร้านเสริมสวย บอกว่า หลายธุรกิจย่านนี้ ทยอยปิดกิจการลง เพราะแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ แม้รัฐจะให้กลับเปิดกิจการได้ แต่ก็ไม่มีเงินปรับปรุงร้าน หลายร้านต้องปิดกิจการถาวร

ข้อมูลจาก สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ระบุว่า กิจการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไตรมาส 2 ปีนี้ ยอดปิดกิจการชั่วคราวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จากไตรมาสแรก และปิดถาวรเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก หากไร้มาตรการช่วยเหลือ

 

ขณะที่ ข้อมูลสมาคมค้าปลีกไทย ระบุว่า มีเอสเอ็มอีในระบบบกว่า 2 แสนรายที่กำลังจะปิดตัวลง จะทำให้มีแรงงานไม่ต่ำกว่า 1,000-1.5 ล้านคน ต้องตกงาน

 

ล่าสุดสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และสมาคมค้าปลีกไทย เตรียมยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรี ช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น พักชำระหนี้ พักดอกเบี้ยนาน 6 เดือน ปลดล็อกเงื่อนไขซอฟต์โลน เพราะหากในเดือนสิงหาคมนี้ยังไม่มีมาตรการ และสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่ดีขึ้น อาจเห็นเอสเอ็มอี ร้อยละ 99.5 ปิดกิดกิจการอย่างถาวร

กลับขึ้นด้านบน