“พายุเจิมปากา” เติมน้ำทั่วไทยกว่า 2,000 ล้าน ลบ.ม.

“พายุเจิมปากา” เติมน้ำทั่วไทยกว่า 2,000 ล้าน ลบ.ม.

“พายุเจิมปากา” เติมน้ำทั่วไทยกว่า 2,000 ล้าน ลบ.ม.

รูปข่าว : “พายุเจิมปากา” เติมน้ำทั่วไทยกว่า 2,000 ล้าน ลบ.ม.

กอนช.ระบุพายุ “เจิมปากา” ช่วยน้ำเติมลงแหล่งน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศกว่า 2,000 ล้านลบ.ม. สูงกว่าคาดการณ์เกือบ 200 ล้านลบ.ม. โดยเฉพาะเขื่อนวชิราลงกรณ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากต้นฤดูถึง 700 ล้าน ลบ.ม. แต่ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่น้ำหลาก-น้ำล้นตลิ่ง 28 ก.ค.-3 ส.ค.นี้

วันนี้ (28 ก.ค.2564) นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กล่าวว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน "เจิมปากา" ในช่วงวันที่ 20-27 ก.ค.ที่ผ่านมา

แม้ว่าไม่ได้กระทบต่อประเทศไทยโดยตรง แต่ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ซึ่งนับว่าส่งผลดีทำให้มีน้ำไหลลงแหล่งน้ำเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ กอนช. ได้ติดตามปริมาณน้ำที่ไหลเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่งทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำไหลเข้าจริง จำนวน 2,032.05 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 197.58 ล้าน ลบ.ม. ดังนี้ 

  • ภาคเหนือ ปริมาณน้ำไหลเข้าจริง 378.26 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ 70.25 ล้าน ลบ.ม.
  • ภาคกลาง ปริมาณน้ำไหลเข้าจริง 6.58 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ 6.69 ล้าน ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำไหลเข้าจริง 277.40 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ 51.84 ล้าน ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำไหลเข้าจริง 51.55 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 10.85 ล้าน ลบ.ม.
  • ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำไหลเข้าจริง 1,261.49 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 344.88 ล้าน ลบ.ม.
  • ภาคใต้ ปริมาณน้ำไหลเข้าจริง 56.77 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ 29.36 ล้าน ลบ.ม.

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า เมื่อเปรียบเทียบภาคที่มีปริมาณน้ำไหลเข้ามากขึ้นจากน้ำต้นทุนช่วงต้นฤดู เมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าจากอิทธิพลเจิมปากา เป็นประโยชน์อย่างมากในการช่วยเติมน้ำต้นทุนให้แก่อ่างเก็บน้ำหลายแห่งที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังน้ำน้อย ส่งผลให้สถานการณ์ดีขึ้น

เขื่อนวชิราลงกรณ น้ำเติมอ่าง 894.74 ล้าน ลบ.ม.

โดยเฉพาะเขื่อนวชิราลงกรณ ที่มีน้ำไหลเข้ามากที่สุดถึง 894.74 ล้าน ลบ.ม.จากเมื่อต้นฤดู ซึ่งมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียง 3,733.67 ล้านลบ.ม.ปัจจุบัน (27 ก.ค.) มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 4,427.83 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 49.98 ของความจุทั้งหมด หรือเพิ่มขึ้นจากเดิม 694.16 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ปัจจุบันระดับน้ำกลับเข้าสู่เกณฑ์ปกติแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีอ่างเก็บน้ำเฝ้าระวังน้ำน้อยอื่นๆ ที่มีน้ำไหลเข้าจำนวนมาก ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำไหลเข้า 325.58 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนภูมิพล มีน้ำไหลเข้า 153.54 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำไหลเข้า 129.01 ล้าน ลบ.ม.

นอกจากนี้ กอนช. ได้เร่งเก็บกักน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้เป็นน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้งถัดไป

แม้ว่าเจิมปากา จะเพิ่มน้ำต้นทุนให้แก่แหล่งน้ำหลายแห่งที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังน้ำน้อย แต่ยังมีพื้นที่โดยเฉพาะลำน้ำสายหลักที่มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกอนช.เฝ้าระวัง ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะนี้

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออก ช่วงระหว่างวันที่ 28 ก.ค.–3 ส.ค.นี้

รวมถึงพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมหลาก น้ำท่วมขัง และน้ำล้นตลิ่ง บริเวณภาคเหนือตอนล่าง และอีสานตอนบน ให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว 

 

กลับขึ้นด้านบน