แกะรอย "ตัดไม้หอม" บนป่าเขาใหญ่จับตากลุ่มทุนเดิม

แกะรอย "ตัดไม้หอม" บนป่าเขาใหญ่จับตากลุ่มทุนเดิม

แกะรอย "ตัดไม้หอม" บนป่าเขาใหญ่จับตากลุ่มทุนเดิม

รูปข่าว : แกะรอย "ตัดไม้หอม" บนป่าเขาใหญ่จับตากลุ่มทุนเดิม

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต หน.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เบื้องหลังคดีลอบหาไม้หอมในป่าเขาใหญ่ 2 วันติด จับทั้งคนไทยและกัมพูชา 2 คดี 4 คน เร่งแกะรอยนายทุนกลุ่มเดิม คาดอยู่เบื้องหลังขบวนการ

ผมกำลังเร่งแกะรอย คนที่อยู่เบื้องหลังคดีลอบหาไม้หอมในป่าเขาใหญ่ ที่มีทั้งคนไทย และคนกัมพูชา ปัญหานี้หายไปหลายปี เคยเฟื่องฟูคู่กับคดีการลอบตัดไม้พะยูงในป่าทับลาน-เขาใหญ่

นายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวกับไทยพีบีเอสออนไลน์ หลังจับกุมกลุ่มมอดไม้ ลักลอบหาไม้กฤษณา หรือไม้หอม ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อวันที่ 26-27 ก.ค.ที่ผ่านมา

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอกว่า หากวิเคราะห์ปัจจัยการกลับมาลักลอบหาไม้หอมในป่าเขาใหญ่ ซึ่งถือเป็นแหล่งไม้หอมตามธรรมชาติผืนใหญ่

ส่วนหนึ่งมาจากแรงงาน หนีสถานการณ์ COVID-19 กลับมาในพื้นที่ แต่ไม่มีงานทำ และอีกส่วนมีความต้องการไม้หอมในตลาด เพื่อการส่งออก เพราะราคายังสูง หากเป็นเกรดเบอร์ 1 อยู่ที่กิโลกรัมละ 15,000-20,000 บาท และแก่นไม้ในธรรมชาติจะดีกว่าไม้ปลูก 

ไม้ของกลางที่จับได้ จะเป็นชิ้นไม้ขนาดไม่ใหญ่ เพราะกะเทาะออกมาจากจุดที่มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ ซึ่งจะเกิดเพราะเป็นโรค หรือโดนแมลงเจาะ ทำให้มีกลิ่นหอมมากกว่าไม้กฤษณาที่ปลูกเอง ที่จะใช้การตอกตะปู เพื่อให้ไม้สมานรอยแผล

อ่านข่าวเพิ่ม ทำไม “กฤษณา” ไม้หอมยังมีราคาแพง และไม่เสื่อมความนิยม

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

แอบซุกตัวในป่า-ขบวนการเก่า

ผมถามคนไทยที่ถูกจับได้ ยอมรับว่า เสี่ยงและผิดกฎหมาย เพราะกลับจาก กรุงเทพฯ แต่ไม่มีรายได้ ก็ยอมทำเพื่อปากท้อง ส่วนชาวกัมพูชา เชื่อว่ามีนายทุนคนไทยอยู่เบื้องหลังแน่นอน ตอนนี้ขอเวลาแกะรอย แต่เชื่อว่ายังเป็นกลุ่มเดิมๆ 

นายอดิศักดิ์ บอกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาคนไทย พบว่า เดินทางมาจาก จ.สระแก้ว ผ่าน อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ลักลอบเข้าป่ามาตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา จนมาถึงป่าห้วยกะลา ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก โดยนำเสบียงติดตัวมาด้วย

รายนี้ นายวิโรจน์ สดกลาง หัวหน้าสายตรวจส่วนกลาง ชุดที่ 2 เป็นคนนำไปจับ เพราะได้ยินเสียงคนกำลังใช้ขวานสับต้นกฤษณา จึงเข้าจับกุมได้ของกลางไม้หอม หนักประมาณ 12 กิโลกรัม  

ส่วนคดีที่ 2 นายวรวุฒิ กันประชุม หัวหน้าสายตรวจส่วนกลาง ชุดที่ 1 พร้อมกำลังจับกุมผู้ต้องหาคนแรกได้ บริเวณป่าเขาแหลม จากนั้นขยายผล จนแกะรอยตามจับผู้ต้องหาชาวกัมพูชาได้อีก 1 คน บริเวณป่าหลังวัดโต่งโต้น ผู้ต้องหายอมรับว่า เป็นกลุ่มเดียวกัน และได้ของกลางไม้หอมน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม

ชาวกัมพูชาบอกว่า มาจากชายแดนกัมพูชา มีคนพามาส่ง ถ้ามาถึงตรงนี้ได้ต้องมีนายทุนแน่นอน จึงต้องขยายผล ไม่อยากได้แค่คนตัวเล็กตัวน้อย จะไม่มีผล รวมทั้งจะต้องดูไปถึงโรงต้มไม้หอมที่เคยทำบัญชีไว้อย่างน้อย 17-20 แห่ง ที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ปรับยุทธการลาดตระเวนอุดช่องโหว่ป่าไม้หอม

นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้จับผู้ต้องหาไม้หอมในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นผลมาจากการปรับ แผนการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol system) ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เข้าถึงทุกจุดของป่า โดยให้หน่วยพิทักษ์ป่าทุกหน่วย ชุดสายตรวจส่วนกลางทุกชุด ปรับแผนการออกตรวจลาดตระเวน

รวมถึงการปรับเปลี่ยนเส้นทางการเข้า-ออก ปรับเปลี่ยนช่วงเวลาในการออกตรวจ โดยเฉพาะแหล่งไม้สำคัญเช่น ไม้หอม รวมทั้งสัตว์ป่าบนเขาใหญ่ ที่เป็นเป้าหมายของกลุ่มลักลอบ

หลังจากนี้จะมีการปรับแผนใหม่ และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปราบปราม บนพื้นที่เขาใหญ่อย่างเข้มข้นขึ้นแน่นอน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

2 วันติด! จับไทย-กัมพูชาลอบตัด "ไม้กฤษณา" บนเขาใหญ่ 

“ไม้กฤษณา” ปลูกได้ไม่ต้องลักลอบตัด ทำเงินในตลาดยุโรป-ตะวันออกกลาง

กลับขึ้นด้านบน