ปมร้อนเกณฑ์ #ทวงPfizer ให้หน่วยด่านหน้า

ปมร้อนเกณฑ์ #ทวงPfizer ให้หน่วยด่านหน้า

ปมร้อนเกณฑ์ #ทวงPfizer ให้หน่วยด่านหน้า

รูปข่าว : ปมร้อนเกณฑ์ #ทวงPfizer ให้หน่วยด่านหน้า

โซเชียลร่วมติดแฮชแท็ก #ทวงPfizer ให้หน่วยด่านหน้า หลังวัคซีนบริจาคไฟเซอร์จากสหรัฐฯถึงไทย 1.54 ล้านโดส แต่กลับมีเอกสารอ้างมติการประชุมหลักเกณฑ์บุคลากรการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนทั้งแอสตราเซเนกา ซิโนแวค และอื่นๆ จะยังไม่ได้ในล็อตนี้

วันนี้ (31 ก.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระแสทวิตเตอร์ แฮชแท็ก #ทวงPfizerให้หน่วยด่านหน้า และ #วัคซีนไฟเซอร์ ที่ติดอันดับคำค้นตลอดทั้งวัน หลังเมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) วัคซีนบริจาคล็อตแรกจำนวน 1.54 ล้านโดสจากสหรัฐอเมริกา เดินทางถึงไทย

ซึ่งจากไทม์ไลน์ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่าจะเริ่มฉีดได้ในวันที่ 9 ส.ค.นี้ ให้บุคลากรการแพทย์ดูแลผู้ป่วย COVID-19 ทั่วประเทศกลุ่มแรก 700,000 โดส ซึ่งเป็นเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน 

แต่วันเดียวกัน กลับมีการเผยแพร่เอกสารเกณฑ์ ที่ระบุถึงการจัดสรรวัคซีนให้กับบุคลากรการแพทย์ เผยแพร่ออกมา ระบุถึงมติจากการประชุมคณะทำงานด้านบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ วันที่ 30 ก.ค.64 ซึ่งพบมีการออกเกณฑ์สำหรับบุคลากรการแพทย์ที่เคยได้รับวัคซีนทั้งแอสตราเซเนกา ซิโนแวคใน 5 กรณีว่า

ไม่เข้าเกณฑ์การได้วัคซีนไฟเซอร์ในล็อตนี้

 

ทำให้ตลอดทั้งวัน เกิดกระแสวิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง ทั้งกลุ่มแพทย์ รวมทั้งวงการนักแสดง และกลุ่มการเมือง ที่ออกมาเรียกร้องในประเด็นดังกล่าว และขอให้ยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากบุคลากรสาขาอาชีพนี้มีความเสี่ยงสูง"ทุกคน"ควรได้รับ Pfizer 

ข้อมูลระบุว่าเกณฑ์การจัดสรรวัคชีน Pfizer ล็อต 1.5 ล้านโดส สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ที่ดูแลรักษาผู้ป่วย COVID-19 ทั่วประเทศที่เข้าเกณณ์ได้รับวัคซีน Pfizer ได้แก่ 

  • แผนกผู้ป่วยนอก คลินิกทางเดินหายใจ ห้องฉุกเฉินแผนกผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลสนาม เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสถานที่กักกัน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใน Hospitel หรือปฏิบัติงานข้องเกี่ยวกับภารกิจการดูแลผู้ป่วย 
  • มีชื่อปรากฏในฐานข้อมูลระบบกระทรวงสาธารณสุข (MOPH IC) ว่าได้รับการฉีดวัคซีน Sinovac 2 เข็มแล้ว อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ระบุว่าเป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และยังไม่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มกระตุ้น

ส่วนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ไม่เข้าเกณฑ์รับวัคซีน Pfizer ในล็อตนี้ ได้แก่

  • ได้รับการฉีดวัคซีน AstraZeneca ครบ 2 เข็ม
  • ได้รับการฉีตวัคซีน AstraZeneca เข็มกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 แล้ว
  • ได้รับการฉีดวัคซีน Sinovac 1 เข็ม และ AstraZeneca 1 เข็ม
  • ได้รับการฉีดวัคซีน Sinovac หรือ AstraZeneca มาเพียง 1 เข็ม
  • ได้รับการฉีดวัคซีนอื่นๆ

พร้อมระบุว่า จัดสรรเพื่อเป็นเข็มกระตุ้นเท่านั้น ไม่มีเริ่มเข็ม 1  

อ่านข่าวเพิ่ม สธ.ชี้แจงฉีดแอสตราฯ บูตเตอร์โดสให้บุคลากรด่านหน้า

หมอขอไฟเซอร์ช่วยด่านหน้า 

นพ.ศุภโชค เกิดลาภ อาจารย์ประจำภาคอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊ก Suppachok NeungPeu Kirdlarp ระบุว่า

ข้อสังเกตข้อเดียวว่าทำไมไม่ให้ฉีดกระตุ้นในคนที่เคยได้ Astra 1 เข็มด้วย Pfizer (bullet ที่ 4)

เพราะเรามีข้อมูลจากการศึกษาในต่างประเทศ เช่น ComCoV study ที่เห็นว่า Astra / Pfizer มีความสามารถในการกระตุ้นภูมิต้านทานได้ดี และคิดว่าเทียบเคียง Pfizer ได้จริงๆ (หมายเหตุ ในการศึกษาที่ cite มานี้การวัด NT ทำโดยใช้เป็น surrogate neutralizing antibody ในการศึกษานี้)

อยากกราบเรียนฝากกับทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและทางผู้ออก policy ว่าจะเป็นไปได้ไหมครับที่จะให้คนกลุ่มนี้ได้ AstraZeneca 1 เข็ม แล้ว boost ด้วย Pfizer  และส่วนตัวคิดว่าสูตรไขว้ Az+Pfizer เป็นสูตรที่ดีและมีข้อมูลวิจัยที่ solid ชัดเจนที่สุดแล้วในตอนนี้

 

เช่นเดียวกับ เพจ Drama-addict โพสต์ข้อความระบุว่า จากมิตรสหายแพทย์อายุรกรรมโรคติดเชื้อท่านนึง ซึ่งเป็นด่านหน้ามานานมาก ล่าสุดติด COVID-19 และเข้ารับการรักษาตัวอยู่ แนวทางการให้ไฟเซอร์ที่เหมาะสม 1.ให้บุคลากรทุกคนไม่ใช่แค่แพทย์พยาบาล รวมทั้งพนักงานทางด้านสาธารณสุขทุกอย่าง ทั้งที่ดูโควิดและไม่ดูโควิด (กลุ่มไม่ดูโควิดบางทีเสี่ยงกว่าอีก เพราะไม่รู้สถานะคนไข้)

2. ให้เพื่อสร้างภูมิขึ้นใหม่ทดแทนภูมิเดิมที่เสียเปล่าป้องกันเดลต้าไม่เพียงพอ เช่น ฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม, ฉีดซิโนแวค 1 เข็ม ไฟเซอร์ 2 เข็ม, ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม ไฟเซอร์ 2 เข็ม

3.ให้เป็นบูสต์ได้ถ้ามีข้อมูลบูสต์ที่เพียงพอ เป็นที่ยอมรับทั่วโลก คือ แอสตราเซเนกา ผสมไฟเซอร์ เช่น แอสตราเซนเนกา 1 เข็ม ไฟเซอร์ 1 เข็ม, แอสตร้าเซนเนกา 2 เข็ม ไฟเซอร์ 1 เข็ม, ซิโนแวค 1 เข็ม แอสตร้าเซนเนกา 1 เข็ม ไฟเซอร์ 1 เข็ม และซิโนแวค 2 เข็ม แอสตราเซเนกา 1 เข็ม ไฟเซอร์ 1 เข็ม

ดูเงื่อนไขที่ให้มา ตัดทิ้งออกไปเกือบหมด เหลือซิโนแวค 2 เข็ม ไฟเซอร์ แถมอาจจะให้แค่ 1 เข็ม ทั้งๆ ที่ต่อให้ฉีดแบบที่แนะนำ 1.5 ล้านโดสยังไงก็พอ

นักวิชาการ-นักการเมืองออกโรงหนุน

ส่วนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุว่า โดยเฉพาะกรณีวัคซีนไฟเซอร์ที่เพิ่งได้รับบริจาคจากสหรัฐฯ ระบุว่า ถ้าทหารได้รับการดูแลเป็นพิเศษหลังการรัฐประหาร บุคลากรด่านหน้าของต้องได้มากกว่า เกณฑ์การจัดสรรวัคซีนให้บุคลากรด่านหน้าที่ควรจะเป็น

  • Sinovac 2 เข็ม —> Pfizer 2 โดส
  • Sinovac 1 เข็ม —> Pfizer 2 โดส
  • ยังไม่ได้รับวัคซีน —> Pfizer 2 โดส
  • AstraZeneca 1 เข็ม —> Pfizer 1 โดส

รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ทวิตเตอร์ @bkksnow  ระบุว่า กำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับบุคลากรด่านหน้า คือ วัคซีนที่ดีที่สุด- พวกเขาไม่ได้ฉีดเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองเท่านั้น แต่เพื่อรักษาชีวิตของคนทั้งประเทศในยามวิกฤติที่สุด ณ ขณะนี้ #ทวงPfizerให้หน่วยด่านหน้า #วัคซีนไฟเซอร์

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสถึงไทย สธ.เร่งติววิธีเก็บ - ผสมน้ำเกลือ

ธ.เปิดไทม์ไลน์กระจาย "วัคซีนไฟเซอร์" คาดเริ่มฉีดวันแรก 9 ส.ค.นี้

กลับขึ้นด้านบน