จับตา! นายกรัฐมนตรี ถกศบค."ล็อกดาวน์" เพิ่มพรุ่งนี้

จับตา! นายกรัฐมนตรี ถกศบค."ล็อกดาวน์" เพิ่มพรุ่งนี้

จับตา! นายกรัฐมนตรี ถกศบค."ล็อกดาวน์" เพิ่มพรุ่งนี้

รูปข่าว : จับตา! นายกรัฐมนตรี ถกศบค."ล็อกดาวน์" เพิ่มพรุ่งนี้

พรุ่งนี้ (1 ส.ค.) จับตานายกรัฐมนตรี เรียกประชุม ศบค.ชุดใหญ่ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์ มีรายงานการพิจารณาข้อเสนอการประกาศ "ล็อกดาวน์" โดยไม่มีกำหนดในพื้นที่ 13 จังหวัดหลังประเมินตัวเลขอาจสูงแตะ 40,000 คนใน 2 เดือน

วันนี้ (31 ก.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งยังมีตัวเลขสูง จากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ 18,916 คน และเสียชีวิต 178 คน พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากในครอบครัว การพักอาศัยและเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งพื้นที่เสี่ยงตามคลัสเตอร์ที่ศูนย์ข้อมูล COVID-19  ระบุไว้ทั่วประเทศ รวม 145 แห่ง คือ ตลาด-ชุมชน แคมป์คนงาน โรงงาน บริษัท สถานดูแลผู้สูงอายุ และยังพบคลัสเตอร์ใหม่ คือศาสนสถาน

ขณะที่ภาพรวมของตัวเลขผู้ติดเชื้อรายจังหวัด ยังคงเกาะกลุ่มสูงสุดในพื้นที่ ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้ม แต่ถ้าไล่ไปตามจังหวัด รวมแล้ว 30 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 100 คน และเป็นที่มาของเหตุและผล ตามข้อเสนอของสาธารณสุขว่าต้องขยายพื้นที่สีแดงเข้ม

สอดรับกับรายงานข่าว กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เรียกประชุม ศบค.ชุดใหญ่พรุ่งนี้ (1 ส.ค.) โดยจะประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้น จากบ้านมายังทำเนียบรัฐบาล และพิจารณาข้อเสนอการประกาศล็อกดาวน์โดยไม่มีกำหนด เหตุจากการเก็บข้อมูลและคาดการณ์ตัวเลขในช่วง 2 เดือนนี้ อาจแตะสูงสุดติดเชื้อวันละ 40,000 คน เสียชีวิต 500 คน 

จึงควรมีล็อกดาวน์ ในมาตรการคุม COVID-19 ต่อ และการประชุมสรุปข้อเสนอในวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.) ก็ถูกจับตามองว่า จะมีประกาศและมีผลบังคับใช้วันที่ 2 ส.ค.นี้

คาดประกาศล็อกดาวน์เพิ่มจาก 13 เป็น 22 จังหวัด

โดยข้อมูลล่าสุด คือการขยายพื้นที่สีแดงเข้ม จากคำสั่งศบค.ฉบับที่ 28 รวม 13 จังหวัด เพิ่มเป็น 22 จังหวัด และสอดคล้องกับคำสั่งของฝ่ายความมั่นคง กรณีเตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนติดกับกัมพูชา

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  กล่าวว่า กระทรวงกลาโหม สั่งประสานทหาร-ตำรวจ สนับสนุนฝ่ายปกครอง ตามแผนรับและดูแลผู้ป่วย พร้อมกำชับถึงกองกำลังป้องกันชายแดนด้านตะวันออก เฝ้าระวังอย่างเข้มข้นตามแนวชายแดน ทั้งทางบกและทางน้ำ

ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวง สั่งการถึงผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดตรงข้ามชายแดนกัมพูชา กวดขันมาตรการระงับใช้จุดผ่านแดน รวมทั้งการเน้นย้ำตั้ง ด่านตรวจ-เปิดจุดสกัดด้วยเหตุลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย และเหตุเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติเข้าประเทศ ยังคงมีสถิติถูกจับกุมสูง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปมร้อนเกณฑ์ #ทวงPfizer ให้หน่วยด่านหน้า

 

 

กลับขึ้นด้านบน