ตร.แจงภาพปืนจ่อศีรษะผู้ชุมนุม-ไม่ได้ยิง ยืนยันทำตามยุทธวิธี

ตร.แจงภาพปืนจ่อศีรษะผู้ชุมนุม-ไม่ได้ยิง ยืนยันทำตามยุทธวิธี

ตร.แจงภาพปืนจ่อศีรษะผู้ชุมนุม-ไม่ได้ยิง ยืนยันทำตามยุทธวิธี

รูปข่าว : ตร.แจงภาพปืนจ่อศีรษะผู้ชุมนุม-ไม่ได้ยิง ยืนยันทำตามยุทธวิธี

ตำรวจแจงภาพปืนจ่อศรีษะผู้ชุมนุมเป็นยุทธวิธีในการควบคุมเหตุการณ์ ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ จับผู้ชุมนุมได้ 10 คน คุมตัว บก.ตชด.ภาค 1

วันนี้ (2 ส.ค.2564) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าควบคุมสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) ว่า ขณะนี้มีผู้ชุมนุมที่ถูกจับในที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงรวม 10 คน ทั้งหมดถูกควบคุมตัวที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จังหวัดปทุมธานี หากสอบสวนเสร็จจะมีการฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับศาลทันที

ส่วนความผิดที่ดำเนินคดี คือ ความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ความผิดต่อ พ.ร.บ.โรคติดต่อ, พ.ร.บ.จราจรทางบก และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายข้อหา ซึ่งแตกต่างกันออกไปตามพฤติการณ์ผู้ก่อเหตุ

ส่วนผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม ตำรวจอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และจะติดตามดำเนินคดี ออกหมายเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

โฆษก บช.น.ยืนยันว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนและยุทธวิธีในระดับสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งจากภาพคลิปวีดิโอและภาพนิ่ง ตำรวจมีหลักฐานยืนยันด้วยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยั่วยุทำลายทรัพย์สินของราชการ และลุกลามเข้ามาในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ก่อน จึงจำเป็นต้องยกระดับปฏิบัติการ

ภาพปืนจ่อศีรษะเป็นยุทธวิธี ยันไม่มีกระสุนจริง

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกรณีตามภาพปรากฏตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนใช้อาวุธปืนลูกซองจ่อศีรษะผู้ชุมนุม ที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์

ยืนยันว่า กรณีดังกล่าวเป็นรูปแบบทางยุทธวิธีที่เรียกว่า cover and contact เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่มีอาวุธปืนลูกซองทางยุทธวิธี เป็นกระสุนยาง ต้องใช้วิธีการตักเตือนให้ออกจากพื้นที่

เนื่องจากใกล้ช่วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน ซึ่งปืนที่ใช้มีการติดสติ๊กเกอร์เป็นสัญลักษณ์ให้เห็นชัดเจนว่า กระสุนที่ใช้เป็นกระสุนยาง

อีกทั้งเหตุการณ์ในภาพดังกล่าว ไม่ได้มีการยิงผู้ชุมนุมที่ปรากฏในภาพ แต่ได้ตักเตือนและไล่ให้ออกนอกพื้นที่

ลักษณะที่เกิดขึ้นในภาพ ไม่ได้เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะสถานการณ์ในขณะนั้น ค่อนข้างเสี่ยง ต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุม

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมอ้างว่ามีการใช้กระสุนจริง ก็ยืนยันได้ว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาลได้กำชับและตรวจสอบถ้าไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปควบคุมสถานการณ์นำอาวุธชนิดอื่นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลกำหนดเข้าไปใช้ในการปฏิบัติงานเด็ดขาด นอกจากแก๊ซน้ำตา อาวุธปืนลูกซองกระสุนยาง, ปืนยิงตะข่ายควบคุมตัว และโล่กระบอง

โดยในการปฏิบัติการ มีตำรวจบาดเจ็บจำนวน 13 นาย ส่วนใหญ่เป็นการบาดเจ็บจากการถูกขว้างปาสิ่งของวัตถุต่าง ๆ จากกลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงการปะทะระหว่างการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่

กลับขึ้นด้านบน