องค์การอนามัยโลกเรียกร้องชะลอฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

องค์การอนามัยโลกเรียกร้องชะลอฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

องค์การอนามัยโลกเรียกร้องชะลอฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

รูปข่าว : องค์การอนามัยโลกเรียกร้องชะลอฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

องค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยชะลอการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือบูสเตอร์ ออกไปก่อน เพื่อเปิดทางให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกฉีดวัคซีนให้ประชากรได้อย่างน้อยร้อยละ 10 ท่ามกลางปัญหาความเหลื่อมล้ำในการจัดซื้อและกระจายวัคซีนโควิด-19

วันนี้ (5 ส.ค.2564) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ชะลอการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือเข็มกระตุ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 เพิ่มเติมให้แก่ประชากรออกไปก่อน จนถึงปลายเดือน ก.ย. เป็นอย่างน้อย เพื่อให้ประชากรในทุกประเทศได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 10

 

โดยผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ระบุว่า เข้าใจถึงความกังวลของแต่ละประเทศที่ต้องการปกป้องประชากรจากไวรัสสายพันธุ์เดลตา แต่ยังมีคนอีกหลายร้อยล้านคนทั่วโลกที่ยังคงต้องรอคอยการได้รับวัคซีนเข็มแรก ขณะที่ประเทศร่ำรวยบางแห่งเดินหน้าฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว พร้อมทั้งระบุว่า วัคซีนส่วนใหญ่ควรจะถูกกระจายไปยังกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อย มากกว่าจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศที่ร่ำรวย

 

จนถึงขณะนี้มีการฉีดวัคซีนให้ประชากรทั่วโลกแล้วมากกว่า 4,000 ล้านโดส และในจำนวนนี้มากกว่าร้อยละ 80 อยู่ในกลุ่มประเทศร่ำรวย และประเทศที่มีรายได้ปานกลางในระดับสูง

 

ขณะที่โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมพร้อมสำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นให้แก่ประชากรแล้ว ซึ่งถือเป็นการแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่ทำตามข้อเรียกร้องขององค์การอนามัยโลก

 

โดยโฆษกทำเนียบขาว ชี้ว่า สหรัฐอเมริกาสามารถทำทั้งสองสิ่งพร้อมกันได้ ทั้งการฉีดวัคซีนเพิ่มเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และการบริจาควัคซีนช่วยเหลือประเทศต่างๆ หลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้เริ่มการบริจาควัคซีนให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้ว ซึ่งประกอบด้วยวัคซีนไฟเซอร์จำนวนรวม 500 ล้านโดส

ที่มา : Reuters

กลับขึ้นด้านบน