"สมศักดิ์" เผยไม่ย้าย ผบ.เรือนจำ จนกว่าจัดการโควิดจบ

"สมศักดิ์" เผยไม่ย้าย ผบ.เรือนจำ จนกว่าจัดการโควิดจบ

"สมศักดิ์" เผยไม่ย้าย ผบ.เรือนจำ จนกว่าจัดการโควิดจบ

รูปข่าว : "สมศักดิ์" เผยไม่ย้าย ผบ.เรือนจำ จนกว่าจัดการโควิดจบ

รมว.ยุติธรรม เผยยังไม่โยกย้าย ผบ.เรือนจำ จนกว่าจัดการสถานการณ์โควิด-19 เรียบร้อย กำชับรีบให้ยาฟ้าทะลายโจรนักโทษติดโควิด-19 และกลุ่มเสี่ยง เตรียมสต็อกของให้พร้อม มอบโรงพยาบาลราชทัณฑ์ศึกษาการผลิตฟ้าทะลายโจรและขอใบอนุญาต พร้อมทำคู่มือการใช้แบบเข้าใจง่าย

วันนี้ (18 ส.ค.2564) ที่กรมราชทัณฑ์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการประชุมติดตามสถานการณ์โควิด-19 ในเรือนจำ โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม, ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม, น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม, นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์, นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข รักษาการแทน ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และผู้บริหารเข้าร่วมประชุม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การรักษาและป้องกันผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 ขอให้ทุกคนเอาใจใส่ ทุกอย่างจะจบ เพราะมีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว ต้องให้ยาฟ้าทะลายโจรแก่ผู้ต้องขังทันที หากมีความเสี่ยงหรือสงสัยว่าจะติดเชื้อ เพราะขณะนี้มียาฟ้าทะลายโจรอยู่ในสต็อกเพียงพอในการใช้ รวมถึงการเพาะปลูกในเรือนจำต่างๆ ที่รอการเก็บเกี่ยว

วันนี้ต้องควบคุมให้ดี เหนื่อยกันมามากพอแล้ว และจะยังไม่มีการโยกย้ายตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำต่างๆ ในช่วงการปรับเปลี่ยนตำแหน่งอีก 1-2 เดือนนี้ จนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะเรียบร้อยเข้าที่เข้าทาง การทำงานต้องสัมฤทธิ์ผลต้องทำให้ดีทั้งหมด หากโยกย้ายคนที่ทำงานเรียบร้อยไปในที่ไม่เรียบร้อยจะถือว่าไม่เป็นธรรม

 

ส่วนเรื่องที่มีคนบอกว่าตนไม่อยากให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเยอะ ตรงนี้ไม่ใช่ว่าตนให้ปกปิดข้อมูล แต่ความต้องการ คือไม่อยากให้คนติดเชื้อเยอะ ใครเสี่ยงเราต้องรีบให้ยาทันที

ร้องหน่วยงานแพทย์ทำคู่มือใช้ยาแบบเข้าใจง่าย

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขอให้หน่วยงานแพทย์จัดทำคู่มือการใช้ยาและการรักษาให้อ่านแล้วเข้าใจง่าย สั้นกระชับ เพื่อให้เรือนจำต่างๆ ปฏิบัติได้โดยเร็ว นอกจากนี้ ในส่วนของการผลิตยาฟ้าทะลายโจร อยากให้ทำในนามโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ขอให้ผู้อำนวยการไปศึกษาวิธีการและขออนุญาตให้ถูกต้อง

ส่วนการปลูกขณะนี้ได้รับรายงานว่า ปลูกทั้งหมด 207 ไร่ มียาฟ้าทะลายโจร รวมทุกเรือนจำ 8 ล้านกว่าแคปซูล ซึ่งได้รับรายงานจาก ป.ป.ส.ว่าจะใช้กองทุนแม่ของแผ่นดินหมู่บ้านละ 9,000 บาท ซึ่งช่วงสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ใช้กองทุนนี้ดำเนินการ มาช่วยดำเนินการให้มีการปลูกฟ้าทะลายโจร 1,000 หมู่บ้านๆ  ละ 1 ไร่ เพื่อเป็นการเสริมและเป็นการนำร่องให้หมู่บ้านต่างๆ โดยกรมราชทัณฑ์มีแม่พิมพ์และแคปซูล อาจจะช่วยบรรจุแล้วแบ่งให้ชาวบ้านใช้ด้วย

กำชับ ผบ.เรือนจำร้อยเอ็ด คุมโควิด-19 ระบาด

จากนั้นที่ประชุมได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง เรือนจำ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีนายเกษมศานต์ บุญญจินดา นิลวงศ์ ผบ.เรือนจำ เข้าร่วมประชุม

 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อยากให้เรือนจำ จ.ร้อยเอ็ด ศึกษารายกรณี เพราะขณะนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ซึ่งในช่วงแรกที่เชื้อแพร่ระบาด ยาฟ้าทะลายโจรอาจจะมีไม่เพียงพอ แต่ทุกอย่างถือว่าทำดีแล้ว แต่ให้ยากับผู้ติดเชื้อช้าไป ซึ่งยาฟ้าทะลายโจรต้องรีบกินทันที ไม่เหมือนกับยาฟาวิพิราเวียร์ที่ต้องกินภายใน 3-5 วัน หากใครมีอาการและสุ่มเสี่ยงจะติดเชื้อให้กินยาฟ้าทะลายโจรทันที และทางแพทย์ พยาบาลต้องสั่งการให้ชัดเจนให้ง่ายต่อผู้ปฏิบัติ และหากเรือนจำไหน พบกลุ่มเสี่ยงแปลกๆ ให้รีบดำเนินการให้เร็ว

ด้านนายเกษมศานต์ กล่าวว่า เรือนจำ จ.ร้อยเอ็ด ทำตามมาตรการของกรมราชทัณฑ์ ส่วนข่าวลือที่ว่าปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด-19 ออกไปไม่เป็นความจริง ยังกักตัวไว้ที่สถานพยาบาลรักษาตัว รอให้หายก่อน และดำเนินการตามมาตรฐานสาธารณสุข เรื่องนี้เป็นเฟกนิวส์ ซึ่งจะดำเนินการเอาผิดในเรื่องนี้ด้วย

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์และคณะได้รับมอบยาฟ้าทะลายโจร โดยมี นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการบริษัทยาอินไทย ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยันฮี จำนวน 20,000 กระปุก หรือ 1.2 ล้านเม็ด เพื่อนำไปใช้รักษาอาการโควิด-19 แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศ

กลับขึ้นด้านบน