วิเคราะห์ : เจาะขุมทรัพย์กลุ่มตอลีบาน

วิเคราะห์ : เจาะขุมทรัพย์กลุ่มตอลีบาน

วิเคราะห์ : เจาะขุมทรัพย์กลุ่มตอลีบาน

รูปข่าว : วิเคราะห์ : เจาะขุมทรัพย์กลุ่มตอลีบาน

มาตรการหนึ่งที่สหรัฐฯ เตรียมนำมาใช้เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มตอลีบาน คือการสั่งอายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางอัฟกานิสถานในสหรัฐฯ ขณะที่แหล่งรายได้ของกลุ่มตอลีบานมีทั้งในประเทศและต่างประเทศที่พร้อมสนับสนุน

วันนี้ (18 ส.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มตอลีบานเข้าถึงแหล่งเงิน รัฐบาลสหรัฐฯ อายัดทรัพย์สิน 9,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของธนาคารกลางอัฟกานิสถาน โดยเงินจำนวนนี้ฝากอยู่ในบัญชีที่เปิดไว้กับธนาคารกลางสหรัฐฯ และสถาบันการเงินหลายแห่ง

แต่การขยับตัวของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจไม่กระเทือนต่อความมั่นคงทางการเงินของตอลีบานมากนัก เนื่องจากกลุ่มตอลีบานยังคงมีแหล่งรายได้หลักมาจากอีกหลายช่องทาง รวมทั้งการปลูกฝิ่น

อัฟกานิสถาน เป็นผู้ผลิตฝิ่นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ โดย จ.เฮลมานด์ มีพื้นที่เพาะปลูกฝิ่นมากที่สุดของประเทศ ไม่ต่ำกว่า 722,000 ไร่ การผลิตฝิ่นและเฮโรอีนในอัฟกานิสถาน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 80 ของการผลิตทั่วโลก

ความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มตอลีบานกับการค้ายาเสพติด ปรากฏในรายงานองค์การสหประชาชาติ โดยรายงานสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC ระบุว่า เมื่อปี 2018 - 2019 กลุ่มตอลีบานได้เงินจากการค้ายาเสพติดสูงกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 13,000 ล้านบาท


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 กลุ่มตอลีบานเคยสั่งห้ามปลูกฝิ่น เพื่อสร้างความชอบธรรมบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ การปราบปรามยาเสพติดอย่างหนัก ทำให้การปลูกฝิ่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าร้อยละ 90 แต่กลุ่มตอลีบานต้องเผชิญแรงต้านจากกลุ่มเกษตรกรที่หาเลี้ยงปากท้องจากการปลูกฝิ่นเช่นกัน

สัดส่วนของพื้นที่ปลูกฝิ่นกลับมาเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ บุกอัฟกานิสถานและโค่นอำนาจกลุ่มตอลีบาน ขณะที่มีข้อมูลอีกชุดหนึ่งอธิบายว่า กลุ่มตอลีบานจึงใช้ฝิ่นเป็นท่อน้ำเลี้ยงซื้อหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อใช้ต้านทานกองกำลังต่างชาติ

สิ่งที่น่าสนใจ คือ การกลับมาเรืองอำนาจของกลุ่มตอลีบานในครั้งนี้ จะมีนโยบายเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างไร

รายได้ตอลีบานนอกเหนือจากการปลูกฝิ่น-ยาเสพติด

การหารายได้ของกลุ่มตอลีบานยังมีอีกหลายช่องทาง ทั้งการทำเหมือง การรับบริจาคจากต่างประเทศและการเก็บภาษี ล้วนเป็นช่องทางรายได้เช่นกัน รายงานขององค์การนาโต ระบุว่า กลุ่มตอลีบานมีรายได้มากถึง 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

สัดส่วนมากที่สุดมาจากการรับเงินของบริษัทเหมืองที่ต้องจ่ายให้ตอลีบาน เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ในพื้นที่ที่กลุ่มตลีบานยึดครอง นอกจากนี้ยังมีเงินบริจาคจากต่างชาติ 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และภาษีต่างๆ อีก 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

และในอนาคต กลุ่มตอลีบานจะได้รับเงินมากขึ้นหลังกลับมาเรืองอำนาจหรือไม่ เนื่องจากจีนได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มตอลีบานด้วยเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์ : มองอนาคตอัฟกานิสถานใต้เงาตอลีบาน

ตอลีบานแถลงแนวทางบริหารอัฟกานิสถาน ประกาศอภัยโทษให้ทุกคน

 

กลับขึ้นด้านบน