คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบ 4 ประเด็นคุมโควิด เปิดประเทศปลอดภัย

คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบ 4 ประเด็นคุมโควิด เปิดประเทศปลอดภัย

คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบ 4 ประเด็นคุมโควิด เปิดประเทศปลอดภัย

รูปข่าว : คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบ 4 ประเด็นคุมโควิด เปิดประเทศปลอดภัย

คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบ 4 ประเด็นคุมโรคโควิด-19 เปิดประเทศอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรการควบคุมโรคแนวใหม่ เตรียมเข้าสู่ระยะเปลี่ยนผ่านภาวะวิกฤต เพื่อให้จำนวนผู้ป่วยหนักไม่เกินศักยภาพระบบสาธารณสุขรองรับ

วันนี้ (23 ส.ค.2564) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ของไทยในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อคงตัว วันนี้มีผู้ติดเชื้อใหม่ 19,014 คน รักษาหาย 20,672 คน เป็นผลจากมาตรการต่าง ๆ เช่น การล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้ม การตรวจค้นหาเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK และนำเข้าระบบการรักษาที่บ้าน/ชุมชน การเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงให้ครอบคลุม

ตั้งแต่เดือนนี้มีวัคซีนเข้ามาเพิ่มทั้งไฟเซอร์ แอสตราเซนเนกา และซิโนแวค ส่งไปทั่วประเทศ ขณะนี้ ฉีดวัคซีนไปแล้ว 27 ล้านโดส ผู้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มคิดเป็นร้อยละ 28

 

โดยวันนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้หารือ 4 ประเด็นสำคัญในการควบคุมโรคโควิด-19 คือ

1. การเปิดประเทศอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรการควบคุมโรคแนวใหม่ (Smart Control and Living with Covid-19) เตรียมเข้าสู่ระยะเปลี่ยนผ่านภาวะวิกฤต มีเป้าหมายเพื่อควบคุมการระบาดของโรค ให้จำนวนผู้ป่วยหนักไม่เกินศักยภาพระบบสาธารณสุขรองรับได้ ใช้กลยุทธ์ ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยงเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงการพัฒนาวัคซีนใหม่อย่างครบวงจร มาตรการ DMHTT และ Universal Prevention เพิ่มการทำงานเชิงรุกด้วยหน่วยเยี่ยมบ้านเคลื่อนที่ (CCRT) ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ระบาด ให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจโควิดด้วยตัวเอง และคัดกรองด้วย Antigen Test Kit

2. เห็นชอบหลักการมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and seal) สำหรับสถานประกอบกิจการ ในพื้นที่ที่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ใช้แนวคิดกลุ่มคนที่แข็งแรงและอยู่เป็นกลุ่มในพื้นที่จำกัด ไม่ปะปนกับบุคคลภายนอก ใช้การสุ่มตรวจเพื่อประเมินสถานการณ์ ถ้าพบการติดเชื้อเกิน ร้อยละ 10 แยกไปรักษาที่ รพ.สนาม และเฝ้าระวังคนที่เหลือให้สามารถทำงานต่อไปได้ เมื่อครบ 28 วัน ตรวจภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ตรวจพบภูมิคุ้มกันจะสามารถทำงานต่อไป กลับบ้านได้ ผลดีคือ ไม่ต้องปิดโรงงาน แรงงานได้ค่าจ้าง เศรษฐกิจไปต่อได้ โดยมีกลไกด้านการสื่อสารทำความเข้าใจ ให้คำแนะนำและระบบพี่เลี้ยง ด้านกำกับประเมินผล ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และสมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

3. เห็นชอบร่างกฎกระทรวง เรื่อง การแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่พาหนะจะเข้ามาถึงด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พ.ศ. .... และร่างกฎกระทรวง เรื่อง การยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พ.ศ. ....เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับพาหนะ จากต่างประเทศที่จะเข้ามาประเทศไทยทั้งในด่านบก เรือ และอากาศ

4. สนับสนุนให้มีผู้แทนของสมัชชาสุขภาพจังหวัดร่วมประชุมในคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ตามมติคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 เพื่อให้มีตัวแทนประชาชนในพื้นที่ร่วมรับรู้และร่วมดำเนินมาตรการควบคุมโรคภายในจังหวัดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ยังได้รับทราบมติคณะกรรมการด้านวิชาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ที่เห็นชอบให้ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีน Sputnik V เข้าร่วมโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้

เตรียมประเมินหลังล็อกดาวน์สิ้นสุด 31 ส.ค.นี้

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า การเปิดประเทศอย่างปลอดภัย ภายใต้มาตรการควบคุมโรคแนวใหม่ ซึ่งจากนี้ไปโรคโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น แต่การเปิดประเทศต้องพิจารณาตามสถานการณ์ และเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการผ่อนคลายและฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศได้ แต่จะเปิดเฉพาะบางพื้นที่ ไม่ใช่เปิดพร้อมกันทั่วประเทศ เพราะยังมีตัวแปรอื่นที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วย

ขณะที่ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ จะสิ้นสุดการล็อกดาวน์ต้องประเมินอีก 3-4 วัน หลังจากนี้ไปตั้งแต่เดือน ก.ย. ถึงปี 2565 หากจะเปิดให้ประชาชนคลายล็อกกิจกรรมต่าง ๆ ต้องฉีดวัคซีนให้ได้ตามแผน ตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด ด้วย ATK เคร่งครัดมาตรการ DMHTT และมีมาตรการบับเบิลแอนด์ซีลในโรงงาน ตลาด แคมป์คนงาน โดยให้เพิ่มกลไกการสื่อสารให้เข้าใจ มีคู่มือ แนวปฏิบัติที่ชัดเจน ติดตามประเมินผล ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม แรงงาน มหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีตัวแทนภาคประชาชนร่วมในคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมโรค เพิ่มเติมให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนสปุตนิก ไฟว์ เดินทางเข้าโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ได้ โดยเตรียมเสนอ ศปก.ศบค. เพื่อนำเสนอ ศบค. เห็นชอบต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยงข้อง

ผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน 22,134 คน ติดเชื้อเพิ่ม 17,491 คน

สธ.เจรจา "แอสตราเซเนกา" ส่งวัคซีนเพิ่ม 7.2 ล้านโดสเดือน ก.ย.

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน